เหอหยิง (หวีอันอัน, Candice Yu, Yu On On) ได้ยื่นข้อเสนอให้มือสังหารหลอลี่ (ตี้หลุง, Ti Lung) ไปกัมพูชาเพื่อจับตัว ไนเหวิ่น (เกาเฟย, Phillip Ko) ยอดนักฆ่าจากเมืองไทย โดยเขาและทุกคนในทีมจะได้รับค่าเหนื่อยคนละ 1 ล้านเหรียญฮ่องกง
เหอหยิง (หวีอันอัน, Candice Yu, Yu On On) ได้ยื่นข้อเสนอให้มือสังหารหลอลี่ (ตี้หลุง, Ti Lung) ไปกัมพูชาเพื่อจับตัว ไนเหวิ่น (เกาเฟย, Phillip Ko) ยอดนักฆ่าจากเมืองไทย โดยเขาและทุกคนในทีมจะได้รับค่าเหนื่อยคนละ 1 ล้านเหรียญฮ่องกง
ซูซาฮาเอ่อซาน (โจวซิงฉือ, Stephen Chow) คือหนุ่มเอาแต่ใจที่ถูกพ่อตามใจตั้งแต่เด็ก ทีนี้วันหนึ่งเขาก็พบหญิงในดวงใจอย่างแม่นางหยูซวง (จางเหมี่ยน, Cheung Man) ซึ่งนางบอกว่าจะรับรักเขาก็ต่อเมื่อเขามีวรยุทธ์เป็นอันดับหนึ่งในแผ่นดิน อาซูก็เลยไปสอบจอหงวนบู๊หมายจะสร้างชื่อ แต่แล้วเขาก็โดนจับได้ว่าโกงครับ (ซึ่งเขาโกงจริงๆ ซะด้วย) อาซูและพ่อ (อู๋ม่งต๊ะ) เลยโดนฮ่องเต้ (Matthew Wong) ทรงสั่งลงโทษให้เป็นขอทานไปตลอดชาติ และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นยาจกซู
โรงเรียนกำจัดผี หรือ Ghost Busting นั้นถือว่าประสบความสำเร็จครับ ในบ้านเราก็จัดว่าดังพอตัว จนทีมงานจากหนังเรื่องนั้นยกกันมาทำหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะผู้กำกับ Sze Yu Lau, ได้พี่หวังจิ้งมาเขียนบทให้ และนำแสดงโดย เฉินไป่เสียน, ชิวซู่เจิน, จงฟะ, ชาร์ลี เฉา เรียกว่ายกพลจากเรื่องนั้นกันมาเลยล่ะ
ยุคประมาณปี พ.ศ. 2530 กว่าๆ ช่วงนั้นถือเป็นยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูของหนังจีนฮ่องกงเลยครับ มีมาให้ชมเยอะมาก และแต่ละเรื่องก็จะมีความสนุกในแบบของตัวเอง ซึ่งโดยส่วนตัวผมขอจำแนกหนังจีนในสมัยนั้นออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ครับ ประเภทแรกคือออกแนวจริงจัง อย่างหนังดราม่าหนักๆ, แอ็กชันแน่นๆ , กำลังภายในเน้นๆ หรือหนังผีสยองแบบดุๆ อันนี้ก็ถือเป็นประเภทแรก
ตอนออกแผ่นชื่อว่า ขบวนการสยบผีกัด นะครับ
แม้ว่านี่จะเป็นภาคสาม แต่ส่วนประกอบฉากหลัง โทนออกมาต่างจากสองภาคแรกโดยสิ้นเชิง ก็สองตอนแรกไปสืบคดีในโรงเรียนใช่ไหมครับ แต่ภาคนี้มาสืบคดีฆาตกรรม ซ้ำยังเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรมอีกด้วย
อุ้ยเสี่ยวป้อ (โจวซิงฉือ) กลับมาอีกครั้ง หลังจากคราวก่อนจบลงแบบคาราคาซัง ภาคนี้ก็เป็นการสรุปปิดเรื่องนะครับ
หนังฮาเอาขำแหลกสมัยรุ่งเรืองใหม่ๆ ของเฮียโจวซิงฉือ ที่จับเอาเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อมายำตามสไตล์เฮียแกครับ
หลังจากหลี่เหลียนเจี๋ยและฉีเคอะ ไม่ลงรอยกันในการทำงาน ทำให้ต่างคนต่างออกมาทำหวงเฟยหงในแบบของตนเอง สำหรับหลี่เหลียนเจี๋ยก็หันไปร่วมมือกับผู้กำกับ หวังจิ้ง และยอดฝีมือคิวบู๊ หยวนหวู่ปิงช่วยกันทำตำนานใหม่ของหวงเฟยหงที่ออกมาในแนวบู๊ผสมฮา