ถือเป็นภาคแยกที่แตกแขนงออกมาจากชุดวิ่งสู้ฟัดนะครับ หลังจากในวิ่งสู้ฟัด 3 หนังได้แนะนำให้คนดูรู้จักกับหยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) สาวแกร่งหัวหน้าหน่วยตำรวจสากลของจีน ที่จัดว่าฟัดเก่งฟัดมันส์ไม่แพ้เฉินกูกู๋เลย
ถือเป็นภาคแยกที่แตกแขนงออกมาจากชุดวิ่งสู้ฟัดนะครับ หลังจากในวิ่งสู้ฟัด 3 หนังได้แนะนำให้คนดูรู้จักกับหยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) สาวแกร่งหัวหน้าหน่วยตำรวจสากลของจีน ที่จัดว่าฟัดเก่งฟัดมันส์ไม่แพ้เฉินกูกู๋เลย
เฉินหลง กลับมาบู๊เป็นคำรบ 3 ในบทเฉินกูกู๋ ตำรวจจอมลุย โดยคราวนี้เขาได้รับมอบหมายให้ไปร่วมงานกับตำรวจหญิงจากจีนนามว่า หยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) ภารกิจคือปลอมตัวแทรกซึมเข้าไปในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพื่อจะได้หาหลักฐานและจับหัวหน้าใหญ่ (Kenneth Tsang) ของขบวนการนี้มาลงโทษให้สาสม
ความสำเร็จถล่มทลายในภาคแรก (โกยไป 26 ล้านเหรียญฮ่องกง) ทำให้ภาค 2 ถือกำเนิดตามมาครับ โดย เฉินหลง กลับมารับบทนายตำรวจตงฉินจอมระห่ำนามว่า เฉินกูกู๋อีกครั้ง
หนังบู๊ระดับตำนานของเฉินหลงที่แม้จะเก่ากว่า 30 ปี แต่พอเอามาดูในตอนนี้ ดีกรีความมันส์ก็ไม่ลดลงเลยครับ สนุกมาก เพลินมาก ถึงเครื่องมากจริงๆ
ดูแบบเพลินๆ… ดูแบบเพลินๆ… ดูแบบเพลินๆ
ตามปกติสารภาพเลยนะครับว่าพวกหนังการ์ตูนหรือแอนิเมชั่นเนี่ยจะได้สตางค์จากกระผมก็ต่อเมื่อออกแผ่นแล้วมากกว่า ยกเว้นของเขาต้องเด็ดจริงอย่างสารพัดการ์ตูนจาก Pixar หรือโดราเอมอนตอนพิเศษ พวกนี้ไว้ใจได้ เลยกล้าไปดู แต่นอกนั้นแม้เขาจะว่าดีอย่างไรก็อดใจรอแผ่นครับ
ผมจำชื่อหนังเรื่องนี้ได้เนื่องมาจากตอนนั้นหนังมีการร่วมโปรโมชั่นกับเคเอฟซีหรือแม็คโดนัลด์อันนี้ก็จำได้ไม่แม่น รู้แต่ว่าตอนนั้นไปสั่งแฮมเบอร์เกอร์ชุดเต็มฟัดนี่ทีไรอดฮาไม่ได้ทุกที
หนังเอาตำนานไซอิ๋วมายำนิดหน่อย พระเอกของเรา (Michael Angarano) ไปเจอเอากระบองทองของซุนหงอคงเข้า แล้วก็พลัดหลงเข้าไปในแดนจีนโบราณ ได้พบกับนักบู๊ขี้เมา (เฉินหลง), นักบวชไร้ชื่อ (หลี่เหลียนเจี๋ย) และแม่นางวิหคทองคำ (หลิวอี้เฟย) พวกเขาก็มีหน้าที่เดินทางเอากระบองไปคืนให้ซุนหงอคงที่โดนวายร้ายแห่งปราสาทหยกกักไว้
โดยส่วนตัวแล้วเรื่องนี้น่าดูดีครับ เฮียเฉินหลงมารับบทเชิงดราม่า และบทของเฮียเขาสามารถไปในแนวทาง Taken ได้เลย แล้วก็ทำท่าว่าจะมีเรื่องเชิงการเมืองเป็นแบ็คอีก จริงๆ มันน่าสนใจครับ
หลังจากเฮียเฉินหลงแกไปเล่นหนังฮอลลีวู้ดมาซะหลายเรื่อง ชื่อเสียงแกก็พอจะอยู่ตัวแล้วล่ะครับ เพราะส่วนมากหนังจะทำเงิน และดูจากเรื่องนี้ก็ดูท่าว่าจะเกิดขึ้นได้ด้วยมือเฮียแกนั่นแหละ เพราะทีมงานส่วนมากมาจากฮอ่องกง ตั้งแต่ผู้กำกับ Gordon Chan และผู้อำนวยการสร้างทั้งหลาย และแนวหนังก็เริ่มจะกลับไปคล้ายๆ กัยสไตล์หนังยุคก่อนเข้าฮอลลีวู้ดของเขา อย่างพวก First Strike หรือ Who Am I? แต่คราวนี้จะมีเรื่องเหนือธรรมชาติพ่วงเข้าไปด้วย