ภาคนี้ออสติน พาวเวอร์และดร.อีวิล ยังต้องมาตีกันต่อไป (Mike Myers รับบททั้งคู่) แต่คราวนี้พวกเขาก็ย้อนเวลาไปตีกันในยุค 60 ครับ เพราะดร.อีวิลย้อนเวลาไปขโมยโมโจของออสติน ออสตินเลยต้องไปตามคืน (โมโจ คือ ขุมพลังแห่งเซ็กซ์ครับ เออ หมกมุ่นจังพี่)
ภาคนี้ออสติน พาวเวอร์และดร.อีวิล ยังต้องมาตีกันต่อไป (Mike Myers รับบททั้งคู่) แต่คราวนี้พวกเขาก็ย้อนเวลาไปตีกันในยุค 60 ครับ เพราะดร.อีวิลย้อนเวลาไปขโมยโมโจของออสติน ออสตินเลยต้องไปตามคืน (โมโจ คือ ขุมพลังแห่งเซ็กซ์ครับ เออ หมกมุ่นจังพี่)
ออสติน พาวเวอร์ส (Mike Myers) คือมหาบุรุษสายลับนานาชาติแห่งยุค 60 เขาเก่ง เขาหล่อและมีเสน่ห์ (อย่างน้อยเขาก็คิดเช่นนั้น) แต่จากภารกิจล่าสุด เขากลับไม่สามารถจับตัว ดร.อีวิล (Mike Myers) วายร้ายคู่อาฆาตตลอดกาลของเขาได้ เพราะมันได้แช่แข็งตัวเองไปอยู่บนอวกาศ และมันจะกลับมาอีกครั้งในปี 1997 ออสตินจึงลงทุนยอมแช่แข็งตัวเอง
ป๊อปอายครับ ป๊อบอายเจ้าเก่าจากการ์ตูนสั้นที่พวกเรา (รุ่นประมาณผมนี่แหละ) คุ้นเคยกันมานานก็มาสู่หนังใหญ่ยาวชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ ก็หนังนานแล้วนะครับ นี่ก็เกือบๆ จะสามสิบปีแล้ว
นี่ก็เป็นหนัง VDO ที่ผมได้ดู คืออย่างนี้ครับช่วงนั้น (ราวๆ ปี 2544) ร้าน VDO ทั้งหลายใกล้สูณพันธุ์ผมก็เลยตระเวนไปตามร้านกวาดหนังทุกเรื่องเท่าที่มือจะขนไหวเอากลับบ้านมาดูน่ะนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสยองขวัญซึ่งผมก็ชอบหนังแนวนี้อยู่แล้วเลยกวาดสนุกเลยครับ
หนังก็สร้างจากนิยายของ Robert A. Heinlein นักเขียนแนวไซไฟที่มีชื่อมากอีกคนหนึ่งนะครับ กับเรื่องราวสไตล์มนุษย์ต่างดาวบุกโลก เนื้อเรื่องมันก็คือ มีรายงานว่ามีวัตถุลึกลับตกลงมาบนโลกครับ ทางการก็เลยส่งทีมไปตรวจสอบนำ
Fright Night เวอร์ชั่นต้นฉบับเมื่อปี 1985 นั้นบอกได้เลยครับว่าสนุก ครบเครื่องทั้งความสยองและอารมณ์ขันที่ผสมลงมาแบบพอเหมาะ และที่ต้องยกนิ้วให้อย่างแรงคือการดำเนินเรื่องที่สามารถไต่ระดับความตื่นเต้นได้แบบถึงเครื่อง ดูไปลุ้นไป ยิ่งใกล้จบก็ยิ่งลุ้นว่าเรื่องจะไปทางไหนต่อ จนผมก็ขอยกหนังเรื่องนี้ขึ้นหิ้งให้เป็นหนังแวมไพร์ที่ผมชอบมากอันดับต้นๆ เอามาเปิดดูซ้ำบ่อยเหมือนกัน
หนังภาคแรกนี่ถือเป็นหนังแนวไวมพร์ที่ผมรักและชอบเป็นอันดับแรกๆ เลยนะครับ เพราะออกมาสนุกลื่นไหลดีมากๆ การเดินเรื่องดี มีอารมณ์ขันและความสยองพอเหมาะ รวมไปถึงตอนท้ายก็ลุ้นกันตัวโก่ง นักแสดงก็มือดีสุดๆ คาแร็คเตอร์ในเรื่องนี่ก็ถือว่าสร้างมาได้ดีสุดๆ และแน่นอนว่าภาคแรกมันดังครับ โกยเงินไปเยอะเหมือนกัน นโยบายการสร้างภาคสองก็เลยเป็นเรื่องปกติ
ผมว่าชื่อไทยของหนังเรื่องนี้น่าจะคุ้นหูไม่น้อยนะครับ ผมเองก็ได้ยินชื่อก่อนจะได้ดูเหมือนกัน ได้ยินมาตั้งแต่เด็กแต่ก็ไม่ได้ดู เพราะกลัวครับ
ตอนแรกผมก็นึกว่าหนังชุด Re-Animator จะจบลงแค่ภาค 2 นะครับ เพราะไม่มีข่าวการสร้างออกมาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อปี 2546 จู่ๆ ผมก็ดันได้บินข่าวการสร้างภาค 3 เฉยเลยครับ ตอนแรกนึกว่าข่าวลือ เพราะมันตั้งสิบกว่าปีแล้วอ้ะ แต่มันดันจริงครับ ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังได้มาเข้าโรงในบ้านเราด้วย (ประมาณเดือนมีนาคมปี 47) ผมก็เลยเดินเข้าไปดูในโรงด้วยความยินดีปรีดาน่ะสิครับ 55555 เพราะตัวอย่างที่โหลดมาดูก็ท่าจะมันส์สยองเอาเรื่องซะด้วย
หลังจากเหตุการณ์สยองในภาคแรก 8 เดือน เฮอร์เบิร์ต เวสท์ (Jeffrey Combs) กับ แดน เคน (Bruce Abbott) ก็กลับมาสานงานต่อครับ การทดลองอย่าปลุกชีพศพยังคงดำเนินต่อไป แล้วพวกเขาก็โดนติดตามโดยผู้หมวดเลสลี่ย์ เชพแฮม (Claude Earl Jones) ที่คอยสืบว่าพวกเขาเคยทำอะไรไว้เมื่อ 8 เดือนก่อน