หนังเรื่องนี้จัดว่ายำเข้าด้วยกันหลายแนวอยู่ครับ คือมันมีความเป็นหนังคาวบอยตะวันตก แล้วก็มีความเป็นดราม่าเจือลงไป บวกด้วยแอ็คชั่นหน่อยๆ แล้วไหนจะมีความลึกลับแนวๆ Whodunit อีก แล้วที่สำคัญคือไอ้ทั้งหมดที่ผมพูดมานั้นมันไปด้วยกันได้ซะด้วย
หนังเรื่องนี้จัดว่ายำเข้าด้วยกันหลายแนวอยู่ครับ คือมันมีความเป็นหนังคาวบอยตะวันตก แล้วก็มีความเป็นดราม่าเจือลงไป บวกด้วยแอ็คชั่นหน่อยๆ แล้วไหนจะมีความลึกลับแนวๆ Whodunit อีก แล้วที่สำคัญคือไอ้ทั้งหมดที่ผมพูดมานั้นมันไปด้วยกันได้ซะด้วย
เรื่องนี้ผมเห็นหน้าลุง Morgan Freeman บนโปสเตอร์ แต่ก็เดาไว้แล้วล่ะครับว่าบทคงไม่ได้เยอะอะไร เหมือนทีมงานให้ลุงเขามาเรียกลูกค้ามากกว่า – แล้วผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายน่ะครับ เลยจัดการดูซะตามระเบียบ
ยอมรับว่าผมไม่ได้จับตามองหนังเรื่องนี้เลย คือแค่พอรู้เรื่องคร่าวๆ แต่เพิ่งมารู้ตอนดูนี่แหละว่าหนังมีฉากหลังเป็นช่วงคริสต์มาส และยังกำกับโดย Jaume Collet-Serra เจ้าของงานหนังอย่าง Unknown, Non-Stop, Run All Night และ The Shallows คือถ้าผมรู้ข้อมูลทั้งหมดนี่ตั้งแต่ต้น ผมคงจัดมันตั้งแต่วันแรกที่ลงแล้วล่ะครับ
สำหรับผม เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อที่เวิร์กทีเดียวครับ โดยส่วนตัวผมนี่คือชอบพอๆ กับภาคแรกเลย
ผมเคยดูเรื่องนี้ไปแล้วรอบหนึ่ง (ดู 2 ภาครวดครับ) แล้วก็รู้สึกโอเคนะ คืออาจไม่ได้ชอบมากมาย แต่หนังดูสนุกใช้ได้ จนตัดสินใจเอากลับมาดูอีกรอบนี่แหละครับถึงได้ฤกษ์เอามาเขียนซะที
ปรมาจารย์หลัวจื้อหลง (เฉินหลง) คือสตันท์แมนเก่าแก่ของวงการ แต่ล่าสุดเขาก็กำลังประสบปัญหาเพราะเป็นหนี้เป็นสิน และไหนจะกำลังจะต้องเสียม้าคู่ใจนามว่ากระต่ายแดงไปอีก เขาเลยพยายามติดต่อลูกสาว หลัวเสียวเป่า (หลิวฮ่าวฉุน, Liu Haocun) แต่เนื่องจากเขาและลูกห่างเหินไปนาน ก็เลยต้องกลับมาเริ่มสานสัมพันธ์กันใหม่อีกหน
เมสัน ก็อดดาร์ด (John Travolta) คือจอมโจรมือพระกาฬ แต่กับภารกิจล่าสุดของเขานั้นกลับเกิดจุดพลิกผันส่งผลให้แผนต้องล่มลงไป จากนั้นหลายเดือนต่อมา ชอว์น (Lukas Haas) น้องของเขาก็โผล่มาพร้อมชวนให้พี่กับพรรคพวกไปปล้นธนาคารกัน ซึ่งมันก็น่าจะเป็นงานง่ายๆ ครับ จนกระทั่งเมสันกับพวกสามารถยึดธนาคารได้ และเมื่อนั้นน่ะแหละ เมสันถึงได้รู้ว่า งานนี้ไม่ใช่หมูอย่างที่คิด
นี่คือหนังแอ็คชั่นที่มีฉากหลังเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แม้จะเก่ากว่า 60 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังจัดว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากเรื่องหนึ่งครับ
เรื่องนี้เปิดดูแบบเอาฮาระหว่างทำงานครับ กะดูแบบไม่เน้นเนื้อหาสาระ ครั้นพอดูแล้วก็พบว่าหนังฮาน้อยกว่าที่คิดครับ
อารมณ์ตอนผมดูหนังเรื่องนี้นี่เหมือนตอนผมดู Dirty Harry เป็นครั้งแรกเลยครับ คือมันมีความรู้สึกว่าหนังน่าติดตาม ดูแล้วมันอยากดูต่อ อยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปทางไหนต่อ