Don’t Breathe 2 ภาคต่อที่กะแล้วว่ายังไงก็ต้องเกิดขึ้น ลองว่าภาคแรกทำออกมาดี และรายได้ยังการันตีตั้ง $157 ล้านจากทั่วโลก (ส่วนทุนอยู่ที่ประมาณ $9.9 ล้าน) แบบนี้ภาคต่อย่อมต้องมาครับ
Don’t Breathe 2 ภาคต่อที่กะแล้วว่ายังไงก็ต้องเกิดขึ้น ลองว่าภาคแรกทำออกมาดี และรายได้ยังการันตีตั้ง $157 ล้านจากทั่วโลก (ส่วนทุนอยู่ที่ประมาณ $9.9 ล้าน) แบบนี้ภาคต่อย่อมต้องมาครับ
หลังดู Venom: Let There Be Carnage จบ ก็นิยามหนังได้แบบสั้น ง่ายและได้ใจความว่า “ดูเอามันส์ล้วนๆ” ครับ (เนื้อหาในรีวิวชิ้นนี้อาจมีสิ่งที่เรียกว่า “สปอยล์” สำหรับบางคนนะครับ หากไม่อยากทราบก็ไม่ควรอ่านต่อครับ รู้แค่นี้พอว่า “หนังดูเอามันส์ล้วนๆ”)
หนังฮาของเฮียโจวซิงฉือครับ จำได้ว่าฉายปีเดียวกับ Liar Liar ของ Jim Carrey แต่ฉายทีหลัง ยิ่งชื่ออังกฤษยังออกมาใกล้ๆ กันแบบนี้ เลยทำให้หนังดูเป็นผู้ตามอยู่พอประมาณ (สารภาพว่าตอนเข้าโรงนั้น ความอยากดูไม่ค่อยมากเท่าไรครับ)
เลสลี่ (Denise Crosby) คุณแม่ลูกสองที่เพิ่งเสียสามีไปได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองใหม่ครับ ที่อยู่ใหม่ของครอบครัวนี้ก็คือสถานเก็บศพ และเลสลี่ก็ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อ
จำได้ว่าพอดูภาคแรกแล้วชอบ ผมเลยตั้งหน้าตั้งตารอดู กึ๋ยทู สยึมกึ๋ย 2 ครับ รออยู่ราวๆ 4 ปีเห็นจะได้ ครั้นพอหนังเข้าโรงก็ตีตั๋วเข้าไปดูวันแรกๆ เลยครับ ซึ่งสมัยนั้นดูจบแล้วก็รู้สึกว่าสนุกเพลินๆ ดี
สยึ๋มกึ๋ย ถือเป็นหนังผีเบาสมองบวกผจญภัยในความทรงจำครับ ออกตัวเลยว่าชอบมาก ชอบตั้งแต่สมัยดูในโรง ออกวีดีโอก็ตามเก็บ จนทุกวันนี้เข้าสู่ยุคสตรีมมิ่งแล้วก็ยังคงเอามาดูอีกยามว่าง
ผมพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ดู Venom หลายหนมากๆ ประมาณว่าเปิดทีวี-เคเบิ้ลก็มักจะเจอ หรือตอนไปแวะเวียนเยี่ยมเยียนใคร ก็จะพบว่าทีวีที่บ้านนั้นจะต้องมี Venom อยู่ในจอเสมอ แล้วผมก็มักจะมีโอกาสได้ดูจนจบทุกทีไป
A Perfect Pairing ถือเป็นหนังรักโรแมนติกที่ดูได้เพลินๆ ดีครับ รสชาติกลมกล่อมพอเหมาะ อาจไม่ได้ยอดเยี่ยมมากมาย แต่จัดว่าตอบโจทย์สำหรับหนังแนวนี้ได้ดีโอเคพอสมควร
เป็นอีกครั้งที่ความไม่คาดหวังหอบผมให้ผ่านหนัง Resident Evil: Welcome to Raccoon City มาได้โดยสวัสดิภาพครับ
ทันทีที่ End Credits ของ Scream ภาคนี้โผล่ขึ้นมา ผมก็ค่อยๆ ถามตัวเองว่า “เราชอบภาคนี้ไหมเนี่ย?”