สมัยเด็กๆ เคยเล่น “วิ่งไล่จับ-แปะแล้วเป็น” อะไรแบบนั้นไหมครับ ถ้าใครเคยผ่านการละเล่นแบบนั้นมา ผมว่าก็น่าจะเพลินกับหนังเรื่อง Tag นี้ได้ไม่ยาก
สมัยเด็กๆ เคยเล่น “วิ่งไล่จับ-แปะแล้วเป็น” อะไรแบบนั้นไหมครับ ถ้าใครเคยผ่านการละเล่นแบบนั้นมา ผมว่าก็น่าจะเพลินกับหนังเรื่อง Tag นี้ได้ไม่ยาก
Lost Bullet 2 สานต่อเรื่องจากภาคแรกครับ หลังจากลีโน่ (Alban Lenoir) พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ แต่คนร้ายกลับยังลอยนวล ทำให้ลีโน่ต้องลุยล่าผู้ร้ายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนังมาพร้อมความซับซ้อนครับ ไม่ได้เล่าแบบตรงๆ เล่นง่ายๆ แบบภาคแรกแล้ว ประมาณว่าตัวละครเริ่มมีลับลมคมในต่อกัน ลีโน่เองก็ต้องมาลุยฝ่าดงกระสุน และฝ่าคำโกหกของเพื่อนร่วมงานกันเอง
ลีโน่ (Alban Lenoir) อดีตอาชญากรที่ได้รับโอกาสที่ 2 จากเจ้าหน้าที่ชาราส (Ramzy Bedia) ให้มาช่วยงานตำรวจ ซึ่งลีโน่ก็ทำงานแบบเต็มที่ล่ะครับ หวังตั้งต้นเริ่มชีวิตใหม่ จนกระทั่งเขาโดนใส่ความว่าฆ่าคน งานนี้เขาเลยต้องออกโรงปกป้องตนเองโดยการหนีการจับกุมและควานหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาให้ได้
พี่ Steven Seagal กับบท ไมเคิล เดคเกอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ยอดฝีมือที่ยื่นมือเข้าช่วยหญิงสาวคนหนึ่ง (Jade Ewen) จากการถูกทำร้าย บทลงเอยของเหตุการณ์นั้นคือเขาสามารถช่วยเธอได้ แต่ก็ต้องเล่นงานอีกฝ่ายถึงตาย และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องพัวพันกับโลกของอาชญากรที่สุดแสนอันตราย
Just Like Heaven ทำให้ผมนึกย้อนไปสมัยที่หนังโรแมนติกยังมีให้เราดูในโรงอยู่เรื่อยๆ ครับ ช่วงนั้นมาแทบทุกเดือน สนุกมากสนุกน้อยก็ว่ากันไป แต่ส่วนใหญ่จะค่อนข้างโอเค ดูแล้วได้รอยยิ้มและความสุข
หลังดู Glass Onion จบ ผมก็ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในการถามตัวเองว่าตกลงรู้สึกยังไงกับหนัง?
สำหรับผมแล้ว ความสนุกของ Knives Out ไม่ได้อยู่ตรงการเดาตัวฆาตกร (เพราะสารภาพตามตรงว่าพอจะเดาได้ตั้งแต่แรกๆ แล้ว) แต่มันสนุกเพราะหนังมีองค์ประกอบดีๆ มาผสมกันอย่างพอเหมาะ ไม่ว่าจะทีมดารามือดี การเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง มีรายละเอียดและมีอะไรให้ตามอยู่เรื่อยๆ และโทนของเรื่องที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ดูแล้วได้อารมณ์หนังสืบสวน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เรายิ้มได้เป็นระยะๆ
พอล (Jason Patric) อดีตมาเฟียระดับตำนานเจ้าของฉายา “เดอะ พริ้นซ์” ได้ล้างมือจากวงการ แล้วหันไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในเมืองห่างไกล แต่เมื่อเขารู้ว่าเบธ (Gia Mantegna) ลูกสาวของเขาหายตัวไป เขาเลยต้องออกโรงตามหาลูก อันนำเขาไปสู่การเผชิญหน้ากับสารพัดอันตรายและรอยแค้นจากอดีตที่รอคอยเขาอยู่
ซันนี่ (50 Cent) กับวินเซนต์ (Ryan Phillippe) เป็นเพื่อนกันมานานครับ แล้วอยู่มาวันหนึ่งพวกเขาก็วางแผนปล้นและตกลงจะแบ่งเงินกัน แต่แล้ววินเซนต์กลับหักหลังแล้วฮุบเงินไว้ ก่อนจะพยายามฆ่าซันนี่และพวกคนอื่นๆ ทีนี้ซันนี่รอดมาได้ เขาเลยกลับมาทวงแค้นวินเซนต์
Barbarian ถือเป็นหนังสยองขวัญที่ปักหมุดไมล์ในใจผมครับ ไม่ใช่เพราะว่ามันสุดยอดสมบูรณ์จนไร้ที่ติด และไม่ใช่เพราะมันแปลกใหม่อะไร แต่เพราะมันเป็นหนังสยองเชือดที่มีจุดชวนรำคาญอยู่หลายประการ แต่สรุปสุดท้ายแล้วผมก็ยังรู้สึกเชิงบวกกับมันอยู่ดี