ปีก่อนจัดเต็มความมันส์ไปแล้ว ปีนี้ดีกรีความสนุกอาจไม่เท่าคราวก่อน แต่ก็ชมผู้สร้างล่ะครับที่พยายามสรรหาเรื่องราวมาสานต่อ ซึ่งก็ยังถือว่าน่าสนใจอยู่ครับ (ขอเพียงเราไม่คาดหวังน่ะนะครับ)
ปีก่อนจัดเต็มความมันส์ไปแล้ว ปีนี้ดีกรีความสนุกอาจไม่เท่าคราวก่อน แต่ก็ชมผู้สร้างล่ะครับที่พยายามสรรหาเรื่องราวมาสานต่อ ซึ่งก็ยังถือว่าน่าสนใจอยู่ครับ (ขอเพียงเราไม่คาดหวังน่ะนะครับ)
สำหรับผม 24 ปี 5 นี้เปิดตัวได้ “ช็อค” ที่สุดยิ่งกว่าปีไหนๆ หรือแม้แต่ปีต่อจากนี้ก็ยังไม่ออกตัวแรงขนาดนี้
ปีนี้แจ๊ค บาวเออร์ (Kiefer Sutherland) พระเอกของเรา กำลังมีชีวิตที่ทำท่าว่าจะไปได้สวยครับ เขาได้พบรักกับออเดรย์ (Kim Raver) ลูกสาวคนสวยของท่านรัฐมนตรี เจมส์ เฮลเลอร์ (William Devane) แต่แล้วเรื่องก็เกิดวุ่นวายอีกจนได้ เมื่อมีคนวางแผนจับตัวทั้งออเดรย์และพ่อของเธอไป แจ๊คก็เลยต้องโดดเข้ามาปฏิบัติการแข่งกับเวลาอีกครั้ง ซึ่งก็ตามสูตรของซีรี่ส์ชุดนี้ล่ะครับ ว่าเรื่องราวมันต้องซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็นแน่นอน
เหตุการณ์ในปีนี้เกิดหลังจากปี 2 เป็นเวลา 3 ปีครับ เป็นช่วงที่ ท่านประธานาธิบดีปาล์มเมอร์ (Dennis Haysbert) กำลังจะหมดวาระลง ซึ่งท่านก็กำลังถูกโจมตีจากคู่แข่งอย่างหนักด้วย
ปีแรกออกมาแล้วคนดูก็ถึงแก่ความมันส์ครับ เพราะซีรี่ส์นี้ทั้งเข้มข้นและแปลกใหม่เร้าใจ ด้วยการเดินเรื่องแบบ “เวลาจริง” เหตุการณ์ตามเวลาใน 1 วัน ซึ่งมีให้ลุ้นได้ทุกตอนครับ รวมไปถึงลีลาหักมุมและความตื่นเต้นที่ใส่ลงมาเป็นระยะๆ (โดยเฉพาะตอนที่เวลากำลังจะเป็นเลข “.00 น.”)
นี่คือซีรี่ส์อภิมหามันส์เรื่องเยี่ยมจากอเมริกา และนี่คือปีแรกของเรื่องราวทั้งหมด
ในปีที่ 4 ของ Angel ท่านจะได้พบกับความเข้มข้นแบบสุดๆ ของเรื่องราวครับ เพราะปมทั้งหลายที่พี่ Joss Whedon แกอุตส่าห์ปูไว้ตั้งแต่ปีก่อนๆ จะแปรเปลี่ยนเป็นความมันส์แบบมหึมาในปีนี้นี่แหละครับ
มาต่อกันครับ เรื่องราวของแองเจิ้ล (David Boreanaz) แวมไพร์ผู้มีวิญญาณและคอยปกป้องชาวเมืองแอล.เอ ให้พ้นจากปีศาจชั่วร้ายทั้งหลาย ซึ่งซีรี่ส์นี่ก็ดำเนินมาถึงปีที่สามแล้วนะครับ ซึ่งปีนี้นอกจากจะมีการต่อสู้กับปีศาจทั่วๆ ไปแล้ว ด้านเนื้อหาหลักก็เข้มข้นมากเลยนะครับ
ปีที่ 2 ของซีรี่ส์ที่แตกแขนงมาจาก Buffy the Vampire Slayer กับเรื่องราวของแวมไพร์ผู้มีวิญญาณ นามว่าแองเจิ้ล (David Boreanaz) ซึ่งได้ตั้งบริษัทนักสืบ แองเจิ้ล อินเวสติเกชั่น เพื่อคอยรับทำคดีคนหายและรับหน้าที่ต่อกรกับปีศาจทุกชนิด (ซึ่งไม่ได้มีแต่แวมไพร์ครับ แต่จะมีตัวบ้าอะไรโผล่มาอีกเพียบ)
The Karate Kid ถือเป็นหนึ่งในหนังที่ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำของผม แม้ว่าผมจะไม่ได้เอาหนังชุดนี้มาดูบ่อยๆ และว่าตามจริงก็ไม่ได้ถึงขนาดชอบสุดๆ แต่มันมี Impact ที่สำคัญประการหนึ่งต่อตัวผม จนผมยังนึกถึงอยู่เป็นระยะๆ ครับ