หน้าหนังดูธรรมดา แต่ตัวหนังจัดว่าน่ารักกว่าที่คิดครับ
หน้าหนังดูธรรมดา แต่ตัวหนังจัดว่าน่ารักกว่าที่คิดครับ
รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าพันธกิจของคนทำหนังเรื่องนี้คือการแสดงให้เราเห็นถึงความชั่วร้ายโหดเหี้ยมของแดร็กคูล่า ประมาณว่าระยะหลังๆ ท่านแดร็กเริ่มถูกทำให้ออกแนวซูเปอร์ฮีโร่มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เรื่องนี้ก็ออกมาย้ำเตือนว่าท่านแดร็กดั้งเดิมน่ะโหดร้ายเหี้ยมลึกนะ อะไรประมาณนั้น
ว่าแบบไม่อ้อมค้อม หนังดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ได้ถึงกับชอบอะไร
หนังระดับตำนานครับเรื่องนี้ โดยภายนอกของหนังจะดูเหมือนเป็นหนังทริลเลอร์การเมือง แต่เอาเข้าจริงเราสามราถจัดให้หนังเรื่องนี้เป็นตอนหนึ่งของ The Twilight Zone ได้เลย
และนี่ถือเป็นหนังที่พี่ Jim Carrey ของเราแสดงนำแบบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นหนแรกครับ กับบทมาร์ค เคนดัลล์ หนุ่มที่ยังเวอร์จิ้นอยู่ และนั่นทำให้เขาตกเป็นเป้าของแวมไพร์สาว (Lauren Hutton) ที่ต้องดูดเลือดหนุ่มบริสุทธิ์ให้ได้ก่อนวันฮาโลวีน เพื่อที่เธอจะได้คงความสวยอมตะได้ต่อไป และเมื่อแฟนสาว (Karen Kopins) กับเพื่อนๆ ของมาร์ครู้เข้า พวกเขาก็ต้องออกโรงช่วยเพื่อนให้ทัน
ใครอยากดูหนังแอ็คชั่นเอามันส์เอาฮานี่ผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ มันบ้าบอสนุกสนานโดนเส้นผมจริงๆ
หนังซอมบี้เกาหลีแบบย้อนยุคครับ ว่าด้วยการระบาดของเชื้อซอมบี้ที่เปลี่ยนคนทั้งเมืองให้กลายเป็นผีร้ายกระหายเลือด แล้วขณะเดียวกันหนังก็พ่วงผสมแนวชิงบัลลังก์เข้าไปด้วยอีกแนวหนึ่ง
ผมได้ดูสารคดีนี้ทาง TrueID น่ะนะครับ ด้วยความที่ชอบหนังเพลงอยู่แล้วเลยจัดซะ สำหรับผมการดูนี่ถือเป็นการผ่อนคลายครับ ได้เห็นฉากในหนังเพลงมากมาย ได้รู้ตำนานหรือเรื่องเล่าต่างๆ แม้มันจะไม่เด็ดหรือยอดเท่า That’s Entertainment แต่ก็ถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนรักหนังเพลงได้ในระดับหนึ่ง
เรื่องนี้ก็ดูแบบไม่คาดหวังครับ แต่ขณะเดียวกันในใจก็พอจะเดาอะไรๆ ได้ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง ไม่ว่าจะตัวเอกที่ออกแนว Loser หน่อยๆ แล้วก็กำลังพยายามสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตโดยการหางานดีๆ ทำ แล้วก็จับพลัดจับผลูต้องกลายมาเป็นฮีโร่แบบไม่ทันตั้งตัว
ผมจำได้ว่าก่อน The Flash จะฉายนั้นมีกระแสเชิงบวกมากมายว่าหนังสนุกมาก ดีมาก แต่พอออกฉายหนังกลับไปไม่ได้ไกล ครั้นพอได้ดูก็พอเข้าใจน่ะครับ คือหนังมันก็สนุกใช้ได้นั่นแหละ แต่มันก็ไม่ได้ว้าวอะไร คือดูสนุกตามมาตรฐานของหนังซูเปอร์ฮีโร่ – ว่าตรงๆ ก็คือ สนุกตามมาตรฐาน แต่ไม่ได้พิเศษอะไร