ด้วยความที่ภาคแรกประสบความสำเร็จ ภาคต่อเลยถูกสร้างตามออกมาอย่างรวดเร็วครับ และหนนี้ก็มีการเพิ่มจำนวนตอนจากที่ภาคแรกมีแค่ 20 ตอน มาภาคนี้เพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 40 ตอนจบครับ
ด้วยความที่ภาคแรกประสบความสำเร็จ ภาคต่อเลยถูกสร้างตามออกมาอย่างรวดเร็วครับ และหนนี้ก็มีการเพิ่มจำนวนตอนจากที่ภาคแรกมีแค่ 20 ตอน มาภาคนี้เพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 40 ตอนจบครับ
จัดเป็นซีรี่ส์แนวสยองขวัญผสมตลกร้ายที่แหวกแนวพอประมาณครับ มันคือการจับเอาหนังสยองขวัญไล่เชือดมายำกับหนังวัยรุ่นแนวเริ่ดๆ เชิ่ดๆ แล้วก็ปรุงคาแรคเตอร์ของแต่ละตัวละครให้ออกมาเว่อร์วังอลังการ ตามด้วยการลดปริมาณสมองให้น้อยๆ เข้าไว้ ซึ่งผลที่ได้แม้จะไม่ลงตัวเต็มร้อย แต่ก็ดูได้สนุกแบบแสบๆ คันๆ (สำหรับคอหนังสยองน่ะนะครับ)
เรื่องนี้ไม่คาดหวัง เห็นเขาว่าฮากันก็ลองดู ปรากฏว่าฮาจริงครับ
สำหรับ Iryu: Team Medical Dragon Season 4 นั้น ความรู้สึกเบื้องต้นคือ 5 ตอนแรกดูได้เรื่อยๆ จริงๆ มันก็เพลินอยู่ครับ เพียงแต่อาจเพราะลีลาของเรื่องราวมันซ้ำทางกับ 3 ปีแรก นั่นคือพวกอาซาดะ (Kenji Sakaguchi) เจอเคสยากๆ แต่พวกพี่แกก็เอาอยู่ทุกรอบ ก่อนจะเขม่นกับหมอปลามังกรโนงุจิ (Ittoku Kishibe) เป็นพักๆ และเคสสุดท้ายของปี ต้องเป็นการผ่าตัดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ผมนั้นโตมากับการดูหนังจีนชุดครับ เวลาไปร้านวีดีโอนอกจากดูหนังเรื่องเดี่ยวๆ แล้วก็มักจะหอบหนังจีนชุดเรื่องที่สนใจกลับมาดูด้วย บางครั้งหอบมาทีเป็นสิบม้วนเล่นเอากล้ามขึ้นกันไปข้างหนึ่งเลย – หรือไม่บางเรื่องก็ต้องอาศัยดูทางทีวี หลังเลิกเรียนก็ต้องพยายามรีบกลับบ้านเพื่อจะได้มาดูให้ทัน นึกไปนึกมามันก็คือความสุขเมื่อวันวานน่ะนะครับ
ดูจบเรียบร้อยครับสำหรับซีรี่ส์ว่าด้วยร้านหนังสือเรื่องนี้ ก็สรุปได้ตรงนี้เลยว่าดูสนุก ดูเพลิน และดูแล้วชอบมากทีเดียว
เพิ่งดูจบปี 3 ครับ เนื่องจากของเขาดี ของเขามันส์ ของเขาโดน เลยอยากนำมาเล่าก่อน อยากให้คอซีรี่ส์ได้ลองดูกัน (ถ้ายังไม่ได้ดูน่ะนะครับ)
โดยรวมๆ ผมชอบปี 7 ลดลงกว่าปีก่อนๆ ครับ แล้วค่อยมาโอเคอีกทีในปี 9 ส่วนปี 8 นี่ผมดูๆ หยุดๆ อยู่หลายรอบเหมือนกันกว่าจะดูจนจบซีซั่น
จัดแบบต่อเนื่องครับ จบปี 5 ก็ต่อด้วย The Big Bang Theory ปี 6 ทันที 😊
The Big Bang Theory ทำผมกรามค้างจริงๆ ครับ ทั้งฮา+บ้า+เพี้ยน ตลกได้ใจจริงๆ