โดยหน้าหนังถือว่าน่าสนใจนะครับ เอาเรื่องของพนักงานเงินเดือนมาผสมกับหนังฆาตกรรม ลึกลับ ระทึกขวัญ ถ้าทำออกมาเหมาะๆ นี่ก็น่าจะเป็นหนังระทึกผสมแง่คิดได้ไม่น้อยเลย
โดยหน้าหนังถือว่าน่าสนใจนะครับ เอาเรื่องของพนักงานเงินเดือนมาผสมกับหนังฆาตกรรม ลึกลับ ระทึกขวัญ ถ้าทำออกมาเหมาะๆ นี่ก็น่าจะเป็นหนังระทึกผสมแง่คิดได้ไม่น้อยเลย
ออกตัวเลยครับว่าเป็นแฟนนิยายชุดอเล็กซ์ ครอส ของ James Patterson ตามอ่านนิยาย (เท่าที่จะหาได้ในไทย) แล้วก็ตามดูหนัง 2 ภาคก่อนที่ Morgan Freeman มาสวมบทครอส
ผมแน่ใจว่าผู้กำกับส่วนใหญ่เวลาตั้งใจทำหนังสักเรื่องหนึ่งขึ้นมา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานชิ้นแรกๆ ที่เขาหมายมั่นให้มันเป็นงานชิ้นแจ้งเกิด) เขาย่อมทุ่มเทแบบเต็มพิกัด เพื่อให้งานออกมาดี เป็นที่ยอมรับ และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในตำนานของฮอลลีวู้ด
พอได้ดูจบแบบครบถ้วนแล้วก็พอเข้าใจว่าทำไมหนังถึงไปไม่ได้ไกลเท่าไรในอเมริกา ซ้ำยังถูกถอดกลางอากาศในบ้านเรา เล่นเอาแฟนเอ็กซ์ไฟล์สวดผู้นำเข้าเป็นการใหญ่ เพราะมันเสียความรู้สึกน่ะครับ เล่นโฆษณาทุกอย่างพร้อม ดันไม่ยอมฉายซะอย่างนั้น ส่วนประเด็นที่ว่าหนังดีหรือไม่ก็ให้คนดูเสียเงินไปตัดสินเองน่าจะดีกว่า
แล้วเรื่องราวก็มาถึงภาค 3 ครับสำหรับหนังคัลท์สายโหดเรื่องนี้ โดยหนนี้ก็ได้ตัวเอกจากภาคแรกกลับมาเป็นตัวนำอีกครั้ง
นี่คือหนังต้นฉบับของต้นฉบับของหนังเรื่อง House of Wax หนังสยองที่ฉายเมื่อปี 2005 นะครับ (อันที่นำแสดงโดย Elisha Cuthbert และ Paris Hilton นั่นล่ะครับ)
The Loft ชวนให้คิดถึงหนังเรื่อง Very Bad Things อยู่เหมือนกันครับ เรื่องนั้นก็รวมดาราแล้วก็ว่าด้วยหนุ่มๆ ไปทำเรื่องเลวร้ายไว้จนส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาทุกๆ คน
ผมสงสัยเสมอว่าทำไม Sin City: A Dame to Kill For ถึงทำรายได้ไม่สวยเลย (ทำไป $39 ล้านจากทั่วโลก ในขณะที่ทุนนั้นปาเข้าไป $65 ล้าน)
พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าชอบ Nightcrawler จริงๆ ครับ
สารภาพว่าผมใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อระลึกว่าว่า The Mechanic ภาคแรกน่ะมันเรื่องไหนกันหนอ (555)