ดูเรื่องนี้ด้วยเหตุผลเดียวครับ นั่นคือมีพี่ Nicolas Cage ขึ้นชื่อหราอยู่ ก็เลยตามมาดูเพื่อให้กำลังใจตามประสาคนคุ้นเคย
ดูเรื่องนี้ด้วยเหตุผลเดียวครับ นั่นคือมีพี่ Nicolas Cage ขึ้นชื่อหราอยู่ ก็เลยตามมาดูเพื่อให้กำลังใจตามประสาคนคุ้นเคย
หนังย้อนยุคสไตล์นี้ ต้อง Ridley Scott ครับ
Freaky ว่าด้วยเรื่องวุ่นปนสยองเมื่อมิลลี่ (Kathryn Newton) สาวน้อยวัยใส ดันสลับร่างกับฆาตกรต่อเนื่องจอมโหดฉายา เดอะ บุชเชอร์ (Vince Vaughn) งานนี้มิลลี่ในร่างบุชเชอร์เลยต้องหาทางทวงร่างตัวเองกลับมาให้ทันก่อนที่ร่างของพวกเขาจะสลับกันตลอดกาล
ผมอาจจะไม่ได้ปลื้ม Those Who Wish Me Dead มากนักนะครับ แต่ผมดีใจนะที่มีการสร้างหนังเรื่องนี้ออกมา
ผมชอบ Greenland มากกว่าที่คิดครับ ตอนแรกยอมรับว่าไม่คาดหวังอะไรเพราะมองว่าเป็นหนังดาวหางล้างโลกอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่น่าจะมีอะไรแปลกใหม่ไปจากสารพัดหนังภัยพิบัติที่ได้ดูเฉลี่ยปีละเรื่องมาหลายสิบปีแล้ว
หลังดู The Marksman จบ ผมมีความรู้สึก 2 แบบเกิดขึ้นครับ แยกออกเป็น รู้สึกต่อตัวหนัง กับ รู้สึกต่อตัวเรื่อง
เรื่องนี้ในแง่เนื้อหาอาจจะไม่ได้มีอะไรมากนะครับ แต่หากใครเป็นคนชอบหนังบู๊ ชอบหนัง Martial arts ที่มีตัวละครมาออกหมัดซัดมวยกันมันส์ๆ ล่ะก็ ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้เลยครับ
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้หัวผมก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า “อันว่าหนังแอ็กชันเนี่ย เรื่องไหนมันส์หรือไม่มันส์ มันวัดกันที่ตรงไหน?”
ว่ากันตรงๆ ที่เอาเรื่องนี้มาดูก็เพราะอยากตามไปให้กำลังใจพี่ Nicolas Cage ในฐานะที่ติดตามกันมานานครับ โดยเผื่อใจเอาไว้แล้วว่าหนังน่ะคงไม่มีอะไรสักเท่าไหร่หรอก แบบหนังพี่ Cage ระยะหลังส่วนใหญ่นั่นแหละ
เรื่องราวของสกุลหลงที่เคยเป็นมาเฟียมาก่อนครับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพ่อผู้เป็นเสาหลักของตระกูลก็รู้สึกว่าการทำธุรกิจผิดกฎหมายแบบนี้มันรังแต่จะทำให้ครอบครัวตกอยู่ในโลกแห่งการฆ่าฟัน เลยผลักดันให้ลูกๆ หันไปทำธุรกิจถูกกฎหมาย แต่ทีนี้ก็มีมาเฟียวายร้ายอย่างอาฉี (ฉีเส้าเฉียน) มาพร้อมแผนการล้างบางสกุลหลงและฮุบทุกสิ่งมาไว้ในมือตนเอง