ถ้าให้จำกัดความภาคนี้ ผมว่าทิศของหนังน่ะมาถูกทางครับ เพียงแต่ยังเล่าเรื่องได้ไม่ถึงรสเท่านั้นแหละ
ถ้าให้จำกัดความภาคนี้ ผมว่าทิศของหนังน่ะมาถูกทางครับ เพียงแต่ยังเล่าเรื่องได้ไม่ถึงรสเท่านั้นแหละ
เรื่องนี้เล็งไว้ว่าจะดูนานหลายปีมากๆ แต่ก็ไปดูเรื่องนั้นเรื่องนี้ก่อน จนกระทั่งมันขึ้นว่าจะออกจาก Netflix นี่แหละครับถึงต้องเอามาดูซะที
ภาคนี้เล่าย้อนครับ เป็นเรื่องก่อนภาคแรก เล่าถึงที่มาที่ไปว่าตอนที่ชาวโลกกำลังจะตัดสินใจโยกย้ายโลกทั้งใบไปยังระบบสุริยะใหม่นั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งคนบนโลกก็มีทั้งที่เห็นด้วยกับแนวคิดในการแกัปัญหา แต่คนที่ไม่เห็นด้วยและพยายามแทรกแซงขัดขวางก็มี อันนำมาสู่ฉากแอ็คชั่นตอนต้นเรื่อง ซึ่งหลิวเป่ยเฉียง (อู๋จิง, Wu Jing) อยู่ในเหตุการณ์พอดี ประมาณว่ากำลังจะบอกรัก หานตั่วตัว (หวังจือ, Wang Zhi) ว่าที่ภรรยาของเขาน่ะครับ แต่ดันเกิดเรื่องซะก่อน เลยได้ตื่นเต้นกันซะ
ดวงอาทิตย์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้าง ระบบสุริยจักรวาลที่เรารู้จักกำลังจะสูญสิ้น วันสิ้นโลกได้ใกล้เข้ามา ทั่วโลกจึงร่วมมือกันหาทางออกโดยการจะอพยพโลกทั้งใบ พาประชากรโลกกว่า 3,500 ล้านคนไปสู่บ้านใหม่ในระบบสุริยะอื่น – ใช่ครับ ย้ายโลกทั้งใบเลย โดยต้องเดินทางไปราวๆ 4.2 ปีแสง และใช้เวลากว่า 2,500 ปีกว่าจะถึงจุดหมาย
หนังเรื่องนี้ยาวประมาณ 1 ชั่วโมงกับ 21 นาทีครับผม และหากให้บอกจากใจเลยก็คือ ท่านข้ามหนังเรื่องนี้ไป แล้วเก็บเวลา 1 ชั่วโมงกับ 21 นาทีไปทำอย่างอื่นจะดีกว่าครับ 555
ลีไว เคน (Miles Teller) พลแม่นปืนมือฉมัง กับ ดราซา (Anya Taylor-Joy) สาวนักฆ่าระดับพระกาฬ ทั้งสองถูกส่งมาประจำการที่คนละฝั่งของหุบผาขนาดใหญ่ ทีนี้พอต่างคนต่างก็อยู่ลำพังในหอคอยก็เลยมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กันครับ จนในที่สุดพวกเขาก็เริ่มผูกพัน และขณะเดียวกันอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้หุบผานั้นก็ดูเหมือนจะพยายามออกมา… อะไรกันแน่ที่อยู่ใต้หุบผานั้น?
สำหรับผม เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อที่เวิร์กทีเดียวครับ โดยส่วนตัวผมนี่คือชอบพอๆ กับภาคแรกเลย
ผมดูเรื่องนี้แล้วรอบหนึ่ง น่าจะจาก HBO Go แล้วก็มาจัดอีกรอบที่ Netflix หนังอาจไม่ถึงขั้นสนุกมากห้ามพลาด แต่ก็ใช้ได้นะครับ ส่วนที่ผมชอบคงเพราะหนังมันออกแนวฮาร้ายๆ จิกกัดๆ สะท้อนด้านต่างๆ ของมนุษย์ปุถุชนตามสไตล์ผู้กำกับ Jim Jarmusch ที่ผมติดใจพี่แกมาตั้งแต่ Night on Earth
ลุค กิ๊บสัน (Cuba Gooding Jr.) ประสบอุบัติเหตุทำให้เขาต้องสูญเสียภรรยาไป และตัวเขาเองก็เป็นตายเท่ากัน แต่แล้วจู่ๆ คนของบริษัท โฮป อินดัสตรีส์ก็โผล่มาและยื่นมือช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่ก็แน่นอนครับว่าไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอก เพราะเขาถูกติดตั้งชิพไว้ที่สมอง และบริษัทก็ตามติดควบคุมชีวิตเขา จนในที่สุดเขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดเรื่องนี้
เรื่องนี้ผมถือว่าโอกว่าที่คิดครับ ตอนแรกก็ดูไปแบบไม่คาดหวังเพราะหนังของพี่ Cuba Gooding Jr. ระยะหลังๆ ก็เป็นหนังลงแผ่นอยู่แล้ว แม้พี่เขาจะแสดงได้ดีเสมอก็ตาม แต่ตัวหนังมักจะอยู่ในระดับธรรมดา ดังนั้นอย่างน้อยการที่เราไม่คาดหวังมันก็พอจะทำให้เราดูหนังได้เพลินขึ้น