ภาพยนตร์แนวระทึกที่เล่นเอาคนดูในโรงมึนกันถ้วนหน้าครับ ถ่ายแบบกล้องวีดีโอเหมือน The Blair Witch Project ส่ายไปส่ายมาทั้งเรื่อง จนถ้าใครสายตาไม่แข็งแรงล่ะมีอันอยากออกจากโรงไปตั้งหลักแทบทุกคน (หรือไม่ก็อาศัยพนักพิงแถวข้างหน้าโอ้กไปก่อนล่ะ ฮ่าๆๆ )
ภาพยนตร์แนวระทึกที่เล่นเอาคนดูในโรงมึนกันถ้วนหน้าครับ ถ่ายแบบกล้องวีดีโอเหมือน The Blair Witch Project ส่ายไปส่ายมาทั้งเรื่อง จนถ้าใครสายตาไม่แข็งแรงล่ะมีอันอยากออกจากโรงไปตั้งหลักแทบทุกคน (หรือไม่ก็อาศัยพนักพิงแถวข้างหน้าโอ้กไปก่อนล่ะ ฮ่าๆๆ )
เรื่องนี้ได้ดูทางช่อง 3 เป็นหนังรอบเช้าครับ วันเสาร์หรืออาทิตย์จำไม่ได้แน่ชัด รู้แต่มีช่วงหนึ่งที่ช่องสามฉายหนังเช้าๆ ตอน 8 โมง
ผมขอยกให้ The Man from Earth เป็นสุดยอดหนังไซไฟที่กระตุกต่อมคิด อุดมปรัชญา และปลุกจินตนาการได้ โดยไม่มี Special Effect ในหนังเลย แม้แต่ฉากเดียว
เป็นหนังอีกเรื่องครับ ที่ตั้งลำมาดี ฟอร์มดี ตัวอย่างก็เข้าท่าดี จนน่าจะทำออกมาเป็นหนังภาคต่ออันทรงคุณค่าได้อีกชุดเลยล่ะครับ
คิดดูสิครับว่าหนังที่นำแสดงโดย Rob Schneider น่าจะมาอีท่าไหน … ก็ต้องฮาเต็มสูบอยู่แล้วครับ
ดู Pandorum แล้วเกิดอารมณ์ 2 ชนิดขึ้นไล่ๆ กัน
เรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดบนดินแดนฮอลลีวู้ดผู้กำกับ John Woo ซึ่งก็น่าจะเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาทำให้กับที่นั่นด้วย (ยกเว้นเขาจะกลับไปอีก แต่ก็ดูเหมือนพี่ท่านจะกลับมาเอเชียแบบค่อนข้างถาวรแล้วตอนนี้) ซึ่งตัวหนังก็ไม่ถึงกับประสบความสำเร็จนักในแง่รายได้ครับ ลงทุน $60 ล้าน ได้คืนมา $96 ล้านจากทั่วโลก ก็พอได้ทุนบ้าง คนดูส่วนมากก็มีทั้งที่ชอบและเฉยๆ ก็ว่ากันไปน่ะนะครับ
นักบินกองทัพนามว่าแดเนี่ยล แม็กคอมิค (Mel Gibson) อยู่ในสภาพใจสลายเมื่อรู้ว่าคนรักของตนประสบอุบัติเหตุจนถึงขั้นนอนโคม่า เป็นเจ้าหญิงนิทราที่ไร้สติและอาจจะเสียชีวิตในอีกไม่นาน ซึ่งพอดีว่าเพื่อนของเขากำลังจะทำการทดลองแช่แข็งมนุษย์ ทำให้แดเนี่ยลรับอาสาเป็นหนูทดลองให้ โดยเขาตกลงกับเพื่อนว่าให้แช่แข็งเขาไปเลย 1 ปี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องทนเห็นคนรักตายจากไปตามที่แพทย์ได้วินิจฉัยไว้
หนังทีวีกำกับโดย Dan Curtis เจ้าพ่อหนังลึกลับสยองขวัญแห่งยุค 70 นะครับ กับเรื่องสั้น 3 in 1 แต่เรื่องนี้จะแปลกออกไป เพราะมันจะมีทั้งเรื่องที่สยองสั้นประสาท แล้วก็มีเรื่องแนวไซไฟที่ให้สาระชวนคิด
เรื่องนี้คงเขียนไม่เยอะแยะแต่ประการใดนะครับ เพราะดูเมื่อนานมาแล้ว และก็สารภาพเลยว่าไม่ได้ประทับใจอะไรมาก ทั้งๆ ที่ตัวอย่างทำให้ผมรู้สึกสนใจมากนะครับ เพราะหนังญี่ปุ่นมันมักจะมีอะไรซึ้งๆ แฝงอยู่เสมอ แล้วนี่มาทำหนังแนวภัยพิบัติ มันต้องมีการเสียสละ และความผูกพันดีๆ อย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน