Dawn of the Planet of the Apes เป็นภาคต่อที่ไม่ผิดหวังเลยครับ เรื่องราวอาจไม่มีอะไรเกินคาดเดา ประมาณว่าเรารู้ตั้งแต่ดูตัวอย่างแล้วล่ะว่าเหล่าวานรและมนุษย์ต้องมีการปะทะกันแน่นอน และบทลงเอยคงหนีไม่พ้นหายนะอีกเช่นเคย
Dawn of the Planet of the Apes เป็นภาคต่อที่ไม่ผิดหวังเลยครับ เรื่องราวอาจไม่มีอะไรเกินคาดเดา ประมาณว่าเรารู้ตั้งแต่ดูตัวอย่างแล้วล่ะว่าเหล่าวานรและมนุษย์ต้องมีการปะทะกันแน่นอน และบทลงเอยคงหนีไม่พ้นหายนะอีกเช่นเคย
“ชีวิตย่อมมีหนทางของมัน” Jurassic Park ว่าไว้
เชื่อว่าหลายท่านจะมองว่านี่เป็นหนังภาคต่อในชุด Death Race ที่ Jason Statham นำแสดงเอาไว้หรือเปล่า อันนี้ก็บอกได้เลยครับว่ามันไม่ใช่ภาคต่อของกันและกันครับ
ผมไม่มีโอกาสดู Interstellar ในโรง เพิ่งได้ดูวันนี้ครับ ดูจบหนึ่งรอบ ก่อนจะเปิดดูซ้ำอีกหนึ่งรอบเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง (หลังจากดูรอบแรกจบ)
ภาคแรกถือว่าดูเอามันส์ได้เพลินๆ ครับ มาภาคนี้ก็อีหรอบเดียวกัน คือดูเอาสนุก เอามันส์ เอาฮา แล้วก็ดูแสงสีกับ Effect ซึ่งถ้าใครชอบอะไรพวกนี้ล่ะก็ เต่านินจาภาคใหม่นี่ก็ตอบโจทย์เลยล่ะ
นี่คือต้นตำรับแห่งหนังเจาะเวลาสู่อนาคตครับ ดัดแปลงจากนิยายคลาสสิกของ H.G. Wells ที่ตัวนิยายเองก็สนุกสุดยอดเหมือนกัน ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็คงโครงเรื่องตามนิยายไว้อย่างครบถ้วนครับ
หลังจาก Terminator 2: Judgment Day ประสบความสำเร็จ ทำกำไรให้บริษัทสร้างหนังเจ้าบุญทุ่มอย่าง Carolco ไปมหาศาล ก็มีข่าวออกมาบ่อยๆ ในช่วงยุค 90 ว่า James Cameron มีความคิดจะทำภาค 3 ต่อ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีความคืบหน้าเสียที (พอๆ กับข่าว Indiana Jones 4 น่ะครับ)
หนังเรื่องนี้ออกแนวกึ่งสยอง ระทึก ผสมกับตลกล้อเลียนหนังแนวสัตว์ประหลาดและซอมบี้หน่อยๆ ครับ โดยผู้กำกับ Larry Cohen ที่ชอบทำหนังสยองผสมอารมณ์ขันแปลกๆ อย่างหนังชุดไตรภาค It’s Alive เป็นต้น
ยอมรับว่าระยะหลังมาเนี่ย หากให้เทียบระหว่าง Resident Evil เวอร์ชั่นหนังกับเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นว่าชอบฉบับไหนมากกว่ากันแล้ว ดูเหมือนว่าคำตอบของผมจะเป็นว่า ผมจะสนุกเพลินกับเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นมากกว่าทุกทีครับ
“ล่าบ้าคลั่ง มันส์สะใจ” น่าจะเป็นคำจำกัดความที่เหมาะกับหนังที่สุดครับ