และแล้วเรื่องของ The Hunger Games ก็มาถึงบทสรุปครับ เมื่อแคทนิส (Jennifer Lawrence) และพรรคพวกต้องประจัญบานกับประธานาธิบดีสโนว์ (Donald Sutherland) ในขั้นเด็ดขาด ก็มีการต่อสู้ มีการล้มเจ็บล้มตายกันตามสูตร
และแล้วเรื่องของ The Hunger Games ก็มาถึงบทสรุปครับ เมื่อแคทนิส (Jennifer Lawrence) และพรรคพวกต้องประจัญบานกับประธานาธิบดีสโนว์ (Donald Sutherland) ในขั้นเด็ดขาด ก็มีการต่อสู้ มีการล้มเจ็บล้มตายกันตามสูตร
ผมรู้สึกเพลินกับ Terminator Genisys ในมุมความเป็นหนังไซไฟมากกว่าในแง่แอ็กชันครับ
The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 คือภาคคั่นเวลาก่อนทุกอย่างจะไปสิ้นสุดใน Part 2 ซึ่งถ้าใหสรุปคร่าวๆ แล้วก็ถือเป็นภาคที่ดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีความอลังหรือความลุ้นเท่า 2 ภาคแรก
สารภาพตามตรงว่าไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังชุดนี้ครับ คือก็ตามดูทุกภาคนั่นแหละ แต่อาจไม่ได้ถูกจริตโดนใจอะไรขนาดนั้น ชื่อหุ่นในเรื่องก็จำได้แค่ อ็อปติมัส, บัมเบิลบี แล้วก็เมกาตรอนเท่านั้น (ยอมรับว่างงทุกทีเวลาหุ่นหลายๆ ตัวมาตีกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร)
การดู Fantastic Four ล่าหลังกว่าคนอื่นคงถือเป็นความโชคดีประการหนึ่งครับ เพราะหลังจากผ่านตาคำบ่นของคนดูมามากๆ เข้า อันว่าความคาดหวังของเราก็ลดต่ำลงตามลำดับ จนก่อนจะตีตั๋วดูนี่ทำใจได้สบายๆ ครับ คือหนังจะแย่แค่ไหนก็รับได้แล้วล่ะ
หากเอลเลน ริปลี่ย์ คือคู่ปรับตลอดกาลของเอเลี่ยนแล้วล่ะก็ นายเบิร์ต กัมเมอร์ (Michael Gross) นี่ก็ถือว่าเป็นคู่แค้นอมตะของเหล่าทูตนรกล้านปีล่ะครับ
ออกตัวอีกครั้งครับว่าไม่ได้อ่านการ์ตูน ดังนั้นมุมมองความคิดของผมอาจฟังเอ๋อๆ สำหรับคอมังงะน่ะนะครับ ^_^ ดังนั้นหากผมแสดงความเอ๋อออกไปก็ขออภัยล่วงหน้าครับผม
สำหรับผมแล้ว Attack on Titan อยู่ในหมวดหนังสยองขวัญชัดๆ เลยครับ 555
เรื่องนี้ก็ปาเข้าไป 25 ปีแล้วนะครับ จำได้ว่าดูรอบแรกสมัยมัธยม ช่วงนั้นอเมริกันกำลังเริ่มเอาขบวนการ 5 สีของญี่ปุ่นไปสร้างเป็นซีรี่ส์ทางทีวี พอซีรี่ส์ดังก็เลยขยับมาขึ้นจอใหญ่
สำหรับผมแล้ว หนังรีเมคหรือรีบูทนั้น ที่จัดว่ามีดีเข้าเป้าจริงๆ ถือว่ามีไม่มากครับ และแทบจะไม่ต้องพูดถึงภาคต่อเลย เพราะไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องที่แค่ทำภาคแรกก็จอดแบบไม่ต้องแจวแล้ว หรือต่อให้ได้ไปต่อก็ตาม ก็ไม่แน่ว่าจะยืนยาวได้ถึง 3 ภาค