สำหรับ Moonfall นี่ ผมเชื่อว่าหลายคนเป็นเหมือนผมครับ คือไม่ว่าหนังจะเจ๊งแค่ไหน โดนคำวิจารณ์สับโขกสักปานใด แต่ยังไง๊ยังไงก็ต้องขอดูสักครั้งครา
สำหรับ Moonfall นี่ ผมเชื่อว่าหลายคนเป็นเหมือนผมครับ คือไม่ว่าหนังจะเจ๊งแค่ไหน โดนคำวิจารณ์สับโขกสักปานใด แต่ยังไง๊ยังไงก็ต้องขอดูสักครั้งครา
Warriors of Future เป็นหนังดูง่ายครับ คือดูแบบไม่คาดหวังอะไรเลย หลักๆ คือดูเพราะเหล่าดาราฮ่องกงที่แสนคุ้นเคย ไม่ว่าจะกู่เทียนเล่อ, หลิวชิงหวิน, หลิวเจียหลิง, จางเจียฮุย และ Philip Keung สำหรับผมแล้วพวกเขาเหล่านี้รับประกันความโอเคของหนังได้ในระดับหนึ่งครับ อย่างบางเรื่องที่อาจไม่ได้สนุกอะไรนัก แต่อย่างน้อยการแสดงของพวกเขาก็พอจะประคองให้เราดูหนังไปจนจบได้
โลกในยุคอนาคตที่ไม่ไกลนัก เมื่อรัฐปกครองประเทศแบบเผด็จการ ใครก็ตามที่มีความเห็นต่างจากท่านผู้นำ (Steven Seagal) ก็จะโดนเก็บ และคอนดอร์ (Johnny Messner) คือมือสังหารที่คอยฆ่าคนตามคำสั่งของรัฐ แต่จากปฏิบัติการครั้งล่าสุดเขามีท่าทีต่อต้านคำสั่ง ทางการเลยจะส่งเขาไปตั้งโปรแกรมใหม่
ภรรยาบอกว่าให้หาหนังมานั่งดูกับลูกสาวในวันหยุด ผมก็เลือกเปิด DC League of Super-Pets เลยครับ คิดว่าลูกน่าจะชอบ
ง่ายๆ เลยนะครับ ถ้าอยากมันส์ล่ะก็ จัด Black Adam ได้เลยครับ
ระหว่างดู Ghostbusters: Afterlife ใจก็คิดครับว่าโจทย์ในการทำหนังภาคต่อประเภทที่ระยะห่างระหว่างภาคก่อนกับภาคนี้ยาวนานเกิน 10 ปีขึ้นไป มันย่อมต่างจากการทำภาคต่อแบบห่างกันแค่ไม่กี่ปี
Prey ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของหนังที่เดินเรื่องแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ลูกเล่นไม่ไฮโซ คอนเซปต์ไม่ใหญ่โต ไม่ทะเยอทะยานสร้างจักรวาลหรือภาคต่อ แต่ทำออกมาได้สนุกดูเพลิน ชวนติดตามไปจนจบได้
ถ้าดูจากผลลัพธ์แล้ว Morbius ถือเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เดินตามสูตรจนออกมาธรรมดามากๆ ครับ ชนิดที่หนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Superman ภาคแรกที่เก่ากว่า 40 ปีมาแล้วยังดูมีอะไรมากกว่า
“เมื่อไม่คาดหวัง ก็ไม่ผิดหวัง” คำพูดนี้ใช้บอกตัวเองได้เสมอครับ และผมก็มักจะเอามาเตือนตัวเองตลอดยามจะดูผลงานของพี่มาโนช (M. Night Shyamalan) ครับ
หลังดู Venom: Let There Be Carnage จบ ก็นิยามหนังได้แบบสั้น ง่ายและได้ใจความว่า “ดูเอามันส์ล้วนๆ” ครับ (เนื้อหาในรีวิวชิ้นนี้อาจมีสิ่งที่เรียกว่า “สปอยล์” สำหรับบางคนนะครับ หากไม่อยากทราบก็ไม่ควรอ่านต่อครับ รู้แค่นี้พอว่า “หนังดูเอามันส์ล้วนๆ”)