ก่อนที่บางคนจะมีปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดมากเกินไป ผมต้องลดบ้างล่ะครับ ต้องเอารักแท้แบบขมๆ มาให้ดูซะแล้วล่ะ
ก่อนที่บางคนจะมีปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดมากเกินไป ผมต้องลดบ้างล่ะครับ ต้องเอารักแท้แบบขมๆ มาให้ดูซะแล้วล่ะ
เรื่องของ Shakespeare ถูกนำมาทำเป็นหนังอีกครั้งกับเรื่องราวตลกโรแมนติกที่เกี่ยวกับคู่รักน่ะ ครับ เป็นยังไงอยากให้ไปดูเองมากกว่า เพราะจะว่าไปเนื้อหาทันก็เกี่ยวกับเรื่องความรักนั่นแหละ
Romeo + Juliet ฉบับนี้ได้ Baz Luhrmann กำกับครับผม และยังเป็นการแจ้งเกิด ให้ 2 ดาราหนุ่มสาวจนดังไปทั่วในช่วงนั้น นั่นคือ Leonardo DiCaprio กับ Claire Danes ในบทโรมิโอและจูเลียต
นี่คือฉบับเก่าที่ผู้กำกับ Franco Zeffirelli ทำไว้เมื่อปี 1968 นะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เก่าที่สุด แต่ก็เป็นฉบับเก่าที่สุดแล้วเท่าที่ผมเคยดูมา
ผลงานการกำกับของ Brad Silberling จาก Casper นะครับ หนังก็เล่าถึงเรื่องราวของเทวดานัยน์ตาเศร้า เซธ (Nicolas Cage) ซึ่งคอยทำหน้าที่สังเกตมนุษย์ไปวันๆ
เรื่องของ 2 พระหนุ่ม คนนึงเป็นแร็บไบครับ ชื่อ เจค (Ben Stiller) อีกคนก็เป็นบาทหลวง ชื่อ ไบรอัน (Edward Norton) 2 คนนี้เป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่เด็กครับ รู้ใจกันดี
หนังโรแมนติกน่ารักๆ ที่คุ้มค่าอีกเรื่องนึงครับ พี่ David Duchovny มารับบทเป็น บ็อบ ชายหนุ่มผู้สูญเสียภรรยา (Joely Richardson) ไป จากนั้นมาเขาก็จมอยู่แต่ในความเศร้าครับ ไม่ยอมไปไหน ไม่สนใจไปเที่ยวหรือนัดเดทใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งเขาได้พบกับ เกรซ (Minnie Driver) สาวเสิร์ฟใจงามที่เขารู้สึกคุยถูกคอกับเธอเหลือเกิน
จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ควรจะเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่ง แต่ก็เปล่าครับ … ไม่ได้แปลว่าหนังเรื่องนี้ห่วยนะครับ คือหนังมันก็โอเคน่ะครับ เพียงแต่ว่ามันยังไม่เข้าที่เข้าทางนักเท่านั้นเอง
Julia Roberts มารับบทนำเป็น จูเลียน พอตเตอร์ นักชิมอาหารชื่อดังที่เพิ่งรู้สึกตัวว่า เธอหลงรักไมเคิล โอนีล (Dermot Mulroney) เพื่อนสมัยเรียนเข้าให้ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ ไมเคิลกำลังจะแต่งงานกับ คิมเบอลี่ วอลเลซ (Cameron Diaz) สาวน้อยน่ารักไร้เดียงสาอีกคน
ผมขึ้นต้นแนวหนังแบบแปลกๆ ว่ามั้ยครับ เป็นชีวิต + การแต่งงาน เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่โรแมนติกครับ อ้ะ บางท่านคงงงล่ะนะครับ หนังเกี่ยวกับการแต่งงานแต่ดันไม่ใช่โรแมนติก มันเป็นยังไงลองตามมาอ่านนะครับ