ไอเดียของหนังเรื่องนี้มันทำให้นึกถึงมุกขำๆ เกี่ยวกับความฝันที่คนฝรั่งชอบเล่ากันน่ะครับ ประมาณว่า “ฉันฝันว่าฉันไปโรงเรียน แล้วจู่ๆ เสื้อผ้าก็หายไป” หรือ “ฉันฝันว่าไปงานแต่งงาน แต่ฉันดันโป๊อยู่” เป็นต้น
ไอเดียของหนังเรื่องนี้มันทำให้นึกถึงมุกขำๆ เกี่ยวกับความฝันที่คนฝรั่งชอบเล่ากันน่ะครับ ประมาณว่า “ฉันฝันว่าฉันไปโรงเรียน แล้วจู่ๆ เสื้อผ้าก็หายไป” หรือ “ฉันฝันว่าไปงานแต่งงาน แต่ฉันดันโป๊อยู่” เป็นต้น
จริงๆ หนังเรื่องนี้ควรจะเข้าทางผมอย่างแรงเลยล่ะครับ เหตุผลก็เพราะ ข้อ 1) เป็นหนังว่าด้วยการค้นหาความหมายชีวิต ข้อ 2) หนังมีฉากหลังเป็นช่วงคริสต์มาส หนึ่งในช่วงที่บรรยากาศอบอุ่นกรุ่นหอมที่สุดแห่งปี และ 3) หนังรวมดารายอดฝีมือระดับตัวพ่อตัวแม่เต็มจอไปหมด
ผมนั้นชอบดูหนังโรแมนติกครับ และรู้สึกได้ว่าทุกวันนี้มีหนังรักเข้าโรงน้อยลงเรื่อยๆ อาจเพราะกระแสที่เปลี่ยนไป หรือไม่ก็ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทำให้ส่วนใหญ่หนังรักแบบเดิมๆ ก็เหลือให้ดูแค่ที่ Hallmark เป็นหลัก
หนังไม่ดัง คำวิจารณ์ไม่เด่น และรายได้ก็ทำไปแค่ 8,265 เหรียญเท่านั้น (นี่รายได้จริงๆ นะครับ ไม่ได้ล้อเล่น) แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้จะโดนใจเราหรือไม่
หนังที่นักวิจารณ์ไม่ปลาบ แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ปลื้มครับ ซึ่งผมก็อยู่ในพวกหลังคือชอบหนังกับเขาเหมือนกัน รู้สึกแฮ้ปปี้ยามได้ดู และรู้สึกอิ่มเอมไปกับเรื่องราวหวานปนซึ้งแบบนี้
ภาคต่อที่มาพร้อมนักแสดงชุดใหม่ (ตามฟอร์มของหนังภาคต่อที่ทำลงแผ่นเลย) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภาคแรก นอกจากเป็นเรื่องของสาวน้อยที่รักในกีฬาเซิร์ฟบอร์ดเหมือนกัน
มาอีกแล้วครับ กับหนังเรื่องนี้ที่ผมแน่ใจว่าจะต้องมีคนไม่ชอบหรือเฉยๆ มากกว่าคนที่ชอบแน่ๆ (555) ส่วนผมนั้นก็ออกแนวลูกผสมทางอารมณ์ครับ ที่ชอบก็มี แต่ที่เฉยๆ ก็มีเหมือนกัน
เอาแผ่นมาดองไว้นานมาก ว่าจะดูแต่ก็ไม่ได้ดูสักที จนช่วงนี้อยากหาหนังภัยพิบัติมาดูบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เลยจัดแจงเอาแผ่นมาปัดฝุ่นดูในที่สุด
ว่าด้วยสาวสวยจากเมืองใหญ่ที่ครอบครัวของเธอกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างแรง เรียกว่าถึงขั้นล้มละลายกันเลยล่ะครับ
หนังรักโรแมนติกผสมกลิ่นอายมนตราว่าด้วย แมท (Ryan McPartlin) พ่อมดหนุ่มอนาคตไกลที่มีชื่อและเป็นที่จับตาโลกเวทย์มนต์ และกำลังจะแต่งงานกับเพื่อนสาวนามว่าลิซซี่ (Briana Lane)