แม้หนังจะยาว 2 ชั่วโมง 10 นาทีแต่ผมไม่รู้สึกว่ามันยาวเลย คงเพราะผมเพลินน่ะครับ เพลินกับสไตล์การเล่าเรื่องของ Paul Thomas Anderson ที่ค่อยๆ พาเราจมลงสู่เรื่องราว บวกด้วยการแสดงระดับไว้ใจได้ของ Daniel Day-Lewis ที่ได้ชิงออสการ์อีกเช่นเคย
แม้หนังจะยาว 2 ชั่วโมง 10 นาทีแต่ผมไม่รู้สึกว่ามันยาวเลย คงเพราะผมเพลินน่ะครับ เพลินกับสไตล์การเล่าเรื่องของ Paul Thomas Anderson ที่ค่อยๆ พาเราจมลงสู่เรื่องราว บวกด้วยการแสดงระดับไว้ใจได้ของ Daniel Day-Lewis ที่ได้ชิงออสการ์อีกเช่นเคย
นายตำรวจนิวยอร์คนายหนึ่ง (Fred Ward) ถูกองค์กรลับจัดฉากให้ใครๆ นึกว่าเขาตายไปแล้ว จากนั้นองค์กรที่ว่าก็พาตัวเขาไปแปลงโฉมพร้อมให้ชื่อใหม่ว่า รีโม วิลเลี่ยมส์ ก่อนจะให้ปรมาจารย์ชาวเกาหลีนามว่าชุน (Joel Grey) มาฝึกวิชาป้องกันตัวให้ จุดประสงค์ก็เพื่อให้รีโมกลายมาเป็นนักปราบอาชญากรรมคนใหม่ คอยทลายแผนของเหล่าวายร้ายที่หมายจะทำลายอเมริกา
พอดู The Party จบปุ๊บผมก็ตระหนักเลยครับว่า นี่คือหนึ่งในหนังตลกเบาสมองที่ผมชอบที่สุดตลอดกาล
บอกได้เลยว่าท่านที่รู้วิธีเล่นไพ่นกกระจอกน่าจะเพลินกับหนังเรื่องนี้ไม่น้อย เพราะหนังเล่นไพ่กันเกินกว่าครึ่งครับ ดังนั้นถ้าใครไม่เก็ทการเล่นไพ่นกกระจอก (อย่างผมเนี่ย) ก็อาจนิ่งๆ งงๆ เพราะไม่รู้ว่าไพ่ตรงหน้านี่มันดีหรือไม่ดี – ความลุ้นเลยไม่เกิด
หนังรอมคอมลงสูตรสำเร็จครับ เรื่องก็คืออาร์เจ (Sean Teale) กับเอ็มม่า (Miranda Cosgrove) กำลังจะแต่งงานกัน แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงคือพ่อของอาร์เจที่ชื่อวิลล์ (Benjamin Bratt) และแม่ของเอ็มม่าที่ชื่อลาน่า (Brooke Shields) เคยปิ๊งกันมาก่อนตั้งแต่สมัยเรียนครับ ทำให้การมาเจอกันอีกครั้งของพวกเขานำมาซึ่งความวุ่นวายจนได้
ผมเคยดู Bull Durham รอบแรกเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น ดูเพราะเขาว่าเป็นหนังดีครับ ครั้นพอดูแล้วก็รู้สึกเรื่อยๆ ไม่ถึงกับชอบอะไรมาก จากนั้นหลายสิบปีต่อมาหลังจากมีครอบครัวมีลูกมีเต้าและวัยเริ่มย่างก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของชีวิต พอได้ดูอีกทีหนนี้โดนเลยครับ เหมือนสาส์นในหนังมันกระแทกเข้าเบ้าตาอย่างจัง
ผมจำชื่อไทยหนังเรื่องนี้ได้แม่นเลยครับ “แผ่นดินไหวยังต้านรักนี้ไว้ไม่อยู่” จำได้ว่าท่านที่ตั้งชื่อไทยนี้เคยสัมภาษณ์ไว้ว่า เขาอยากให้ชื่อมันสื่อความหมายถึงความรักของพระนางในเรื่อง ว่ารักกันมากขนาดว่าแผ่นดินไหวยังไม่อาจพรากสองคนนี้ได้ – แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวนะครับ
หลังดู The Misfits จบ ผมก็นั่งนิ่งๆ พักหนึ่ง พลางถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับหนัง คำตอบที่พอจะได้มาก็คือ “ผมชอบองค์ประกอบส่วนใหญ่ของมัน”
ระหว่างดูเรื่องนี้นี่ผมนึกถึง Interview with the Vampire เป็นพักๆ ครับ รู้สึกว่าหนังมาในทางเดียวกัน ว่าด้วยการเดินทางของคนที่ถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่ธรรมดา ในโลกอันแสนกว้างใหญ่ แล้วก็ต้องรับมือกับสารพัดสิ่งไม่ว่าจะการใช้ชีวิต หรือคนที่ผ่านเข้ามาซึ่งก็ยากจะบอกได้ว่ามีเจตนาดีหรือไม่ดี
ดัดแปลงจากวรรณกรรมอมตะของ Charles Dickens ครับ เรื่องของหนุ่มน้อยนิโคลัส นิคเคิลบี (Charlie Hunnam) ที่สูญเสียพ่อไป ทำให้เขาต้องยืนหยัดหาทางดูแลแม่ (Stella Gonet) และน้องสาว (Romola Garai) อีกทั้งต้องคอยรับมือกับ ราล์ฟ นิคเคิลบี (Christopher Plummer) คุณลุงผู้มีจิตใจอันร้ายกาจ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนได้ประโยชน์ และพร้อมเอาเปรียบทุกคนทุกครั้งที่ทำได้