พยายามล้างสมองก่อนดูภาคนี้นะครับ แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกว่าภาคนี้ไม่ค่อยโดนเท่าไรแฮะ
พยายามล้างสมองก่อนดูภาคนี้นะครับ แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกว่าภาคนี้ไม่ค่อยโดนเท่าไรแฮะ
ผมนั้นเคยดู Moby Dick ฉบับนี้ 2 หนครับ หนแรกก็คือดูตามปกติ ส่วนหน 2 ก็คือดูก่อนจะมาเขียนเรื่องนี้ ซึ่งในความรู้สึกผมนั้น ยอมรับว่าหนังสร้างได้ดี โดยเฉพาะถ้ามองว่าอายุของหนังเกือบจะ 70 ปีแล้ว แต่ถ้าถามว่าชอบไหมก็ต้องตอบตามตรงว่าไม่ถึงขั้นชอบอะไรมาก
ใครคิดถึงหนังฮาปนห่ามสไตล์ยุค 90 ล่ะก็ เรื่องนี้น่าจะช่วยแก้คิดถึงได้ไม่มากก็น้อยครับ
ชอบชื่อไทยของหนังครับ “เหนืออินทรียังมีกระจอก” เป็นชื่อที่เหมาะและตรงกับเนื้อเรื่องมากๆ
งานกำกับลำดับที่ 3 ของลุง Woody Allen ครับ ถือเป็นงานสมัยแรกๆ ที่อุดมการจิกกัดเสียดสีตามสไตล์ลุงเขา ซึ่งผมมองว่าเป็นหนังยุคซ้อมมือก่อนที่อะไรๆ มันจะลงตัวและเฉียบคมมากขึ้นในหนังยุคต่อมาอย่าง Annie Hall หรือ Manhattan
จอห์น (Morris Chestnut) กับลอร่า (Regina Hall) คือคู่สามีภรรยาที่ประสบความสำเร็จในเรื่องงานอย่างมาก แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดคือการมีลูกครับ หลังจากพยายามกันมาหลายวิธีพวกเขาก็จำต้องหาแม่อุ้มบุญมาอุ้มท้องลูกให้ และแอนนา วอลช์ (Jaz Sinclair) ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เธอดูสดใส จริงใจ จนจอห์นและลอร่าเชื่อว่าพวกเขาเลือกคนไม่ผิด… แต่เปล่าครับ งานนี้พวกเขาเลือกผิดอย่างแรง
ซิสเตอร์แอนน์ (Jacqueline Byers) เคยต้องอยู่กับแม่ที่ถูกผีเข้ามาก่อน และเมื่อเธอมาบวชเป็นแม่ชี ดูแลคนไข้ในโรงพยาบาล เธอก็ต้องเผชิญกับอดีตอีกครั้งเมื่อมีเด็กน้อยคนหนึ่งถูกผีสิง และดูเหมือนมันจะพุ่งเป้ามาที่แอนน์ซะด้วย
ภาคล่าสุดจนถึงตอนนี้น่ะนะครับ คราวนี้เหตุไปเกิดที่บาร์เซโลน่า เจ้าพวกแกรบบอยด์ไปโผล่ที่นั่น ส่งผลให้แจส เวลเกอร์ (Caroline Langrishe) สั่งให้จิมมี่ (Jon Heder) เพื่อนร่วมงานของเธอไปตามตัวเบิร์ต กัมเมอร์ (Michael Gross) มาเพื่่อช่วยกันสยบเหล่าแกรบบอยด์อีกครั้ง
คราวนี้เบิร์ต กัมเมอร์ (Michael Gross) ต้องไปฟัดกับพวกแกรบบอยด์ที่อาร์คติกครับ โดยมีเจ้าลูกชายตัวแสบทราวิส (Jamie Kennedy) ตามไปประกบด้วย
ว่าตามจริงหนังก็ไม่ได้แย่นะครับ สำหรับผมมันก็ยังดูได้เรื่อยๆ เพียงแค่มันไม่ได้สนุกอะไรมากมาย เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เล่นกับสูตรเดิมๆ แล้วก็ยังปรุงรสได้ไม่เข้าที่ หนังเลยออกแนวจืด แต่ถ้าถามผมแล้ว ผมว่าผมยังเพลินกับเรื่องนี้มากกว่า Morbius นะ