ว่าแบบไม่อ้อมค้อม หนังดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ได้ถึงกับชอบอะไร
ว่าแบบไม่อ้อมค้อม หนังดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ได้ถึงกับชอบอะไร
หนังระดับตำนานครับเรื่องนี้ โดยภายนอกของหนังจะดูเหมือนเป็นหนังทริลเลอร์การเมือง แต่เอาเข้าจริงเราสามราถจัดให้หนังเรื่องนี้เป็นตอนหนึ่งของ The Twilight Zone ได้เลย
และนี่ถือเป็นหนังที่พี่ Jim Carrey ของเราแสดงนำแบบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นหนแรกครับ กับบทมาร์ค เคนดัลล์ หนุ่มที่ยังเวอร์จิ้นอยู่ และนั่นทำให้เขาตกเป็นเป้าของแวมไพร์สาว (Lauren Hutton) ที่ต้องดูดเลือดหนุ่มบริสุทธิ์ให้ได้ก่อนวันฮาโลวีน เพื่อที่เธอจะได้คงความสวยอมตะได้ต่อไป และเมื่อแฟนสาว (Karen Kopins) กับเพื่อนๆ ของมาร์ครู้เข้า พวกเขาก็ต้องออกโรงช่วยเพื่อนให้ทัน
ใครอยากดูหนังแอ็คชั่นเอามันส์เอาฮานี่ผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ มันบ้าบอสนุกสนานโดนเส้นผมจริงๆ
หนังซอมบี้เกาหลีแบบย้อนยุคครับ ว่าด้วยการระบาดของเชื้อซอมบี้ที่เปลี่ยนคนทั้งเมืองให้กลายเป็นผีร้ายกระหายเลือด แล้วขณะเดียวกันหนังก็พ่วงผสมแนวชิงบัลลังก์เข้าไปด้วยอีกแนวหนึ่ง
เรื่องนี้ก็ดูแบบไม่คาดหวังครับ แต่ขณะเดียวกันในใจก็พอจะเดาอะไรๆ ได้ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง ไม่ว่าจะตัวเอกที่ออกแนว Loser หน่อยๆ แล้วก็กำลังพยายามสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตโดยการหางานดีๆ ทำ แล้วก็จับพลัดจับผลูต้องกลายมาเป็นฮีโร่แบบไม่ทันตั้งตัว
ผมจำได้ว่าก่อน The Flash จะฉายนั้นมีกระแสเชิงบวกมากมายว่าหนังสนุกมาก ดีมาก แต่พอออกฉายหนังกลับไปไม่ได้ไกล ครั้นพอได้ดูก็พอเข้าใจน่ะครับ คือหนังมันก็สนุกใช้ได้นั่นแหละ แต่มันก็ไม่ได้ว้าวอะไร คือดูสนุกตามมาตรฐานของหนังซูเปอร์ฮีโร่ – ว่าตรงๆ ก็คือ สนุกตามมาตรฐาน แต่ไม่ได้พิเศษอะไร
ถือเป็นหนังในขบวน Train to Busan ครับ ว่าด้วย 4 ปีต่อมาหลังจากเกิดเหตุซอมบี้คลั่งพล่านเกาหลีใต้ แล้วก็มีคนบางส่วนอพยพหนีออกมา ทีนี้หนังก็ผูกเรื่องประมาณว่ามีผู้ร้ายหัวใสในฮ่องกงเกิดปิ๊งไอเดียว่ามันยังมีทรัพย์สินมีค่าตกค้างอยู่ที่นั่น เลยจูงใจ (แกมบังคับ) ให้คนกลุ่มหนึ่งลักลอบกลับเข้าไปยังเกาหลีเพื่อไปขนทรัพย์สินเหล่านั้นมา
หนังเก่าแนวระทึกขวัญที่เคยดูเมื่อนานมาแล้ว ครั้นมาดูอีกรอบก็ยังสนุกใช้ได้อยู่ครับ
พูดแบบไม่อ้อมค้อมคือค่อนข้างเฉยกับภาคนี้ครับ ไม่ได้รู้สึกสนุกหรือครื้นเครงแบบที่มักจะรู้สึกเสมอยามดู Ghostbusters ภาคก่อนๆ