ดูแบบไม่คาดหวัง แล้วก็เพลินแบบพอดีๆ ครับ สำหรับเรื่องนี้
ดูแบบไม่คาดหวัง แล้วก็เพลินแบบพอดีๆ ครับ สำหรับเรื่องนี้
เรื่องเกิดในเมืองแอปเปิลตันครับ เมื่อคริสตีน ซิมส์ (Danica McKellar) พบว่าร้านขายของของพ่อแม่เธอกำลังจะต้องปิดตัวลงหากพวกเขาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ทัน เธอเลยปิ๊งไอเดียที่จะลงแข่งเต้นรำเพื่อชิงเงินรางวัล และคนที่อาสามาเป็นคู่เต้นกับเธอก็คือ แมทธิว รัสเซลล์ (David Haydn-Jones) ที่ฝีมือการเต้นอาจยังไม่แข็งแรง แต่เขาก็มาพร้อมใจที่อยากช่วยเธอแบบเกินร้อย
สำหรับเรื่องนี้บางที่ก็นับเป็นภาคต่อของ Zoombies นะครับ ในขณะที่บางที่ก็นับเป็นภาคแยก เอาเป็นว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันน่ะนะครับ นั่นคือว่าด้วยสวนสัตว์ที่เหล่าสัตว์กลายเป็นซอมบี้ โดยที่ภาคนี้เหตุมาเกิดที่สวนสัตว์ไชนิ่ง ซี อควาเรียม สรุปง่ายๆ ก็คือสัตว์น้ำติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้และคนที่อยู่ในนั้นก็ต้องหาทางเอาตัวรอดออกมาให้ได้ ซึ่งก็แน่นอนว่ารอดออกมาไม่ครบคนหรอก
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากับเหล่าพรานเถื่อนต้องมาร่วมมือกันเฉพาะกิจเนื่องจากสรรพสัตว์ในป่าติดเชื้อนรกและพวกมันก็กลายเป็นซอมบี้มาไล่ล่าพวกเขาครับ
จะว่าไปชื่อหนังก็เข้าใจคิดน่ะนะครับ เอาคำว่า Zoo ที่แปลว่าสวนสัตว์มาบวกกับคำว่า Zombies เลยได้เป็น Zoombies ส่วนเนื้อเรื่องก็ว่าด้วยเหตุนรกแตกที่เกิดในสวนสัตว์อีเดน ไวลด์ไลฟ์ ง่ายๆ เลยครับ มีเชื้อนรกระบาดในหมู่สัตว์ เลยทำให้สารพัดสัตว์ในสวนกลายเป็นซอมบี้ ดังนั้นทุกชีวิตที่อยู่ในนั้นก็ต้องหาทางรอดกันเอา
เมื่อบริษัทขุดเจาะน้ำมันได้ลักลอบทำการขุดในพื้นที่เปราะบางที่จะทำให้เกิดมหัตภัยครั้งใหญ่ นักภูเขาไฟวิทยา (Rachel Hunter) และน้องสาวของเธอเลยต้องพยายามหาทางยับยั้งก่อนที่เมืองไมอามี่จะโดนลาวากลืนทั้งเมือง
แอ๊ดดี้ สตีเวนส์ (Merritt Patterson) คือหมอจัดกระดูกประจำคลินิกในนิวยอร์คที่กำลังเฮิร์ตจากความรักครั้งเก่า แล้วอยู่มาวันหนึ่งเธอก็ได้รับข้อความจากหญิงชรานามว่า เมย์เบล แกรนเวย์ (Jayne Eastwood) พูดง่ายๆ คือเมย์เบลส่งข้อความให้ผิดเบอร์ครับ แต่นั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มของสายใยไมตรีที่ทั้งคู่มีให้กัน
อีกหนึ่งหนังไทยแอ็คชั่นลงแผ่นครับ เนื้อเรื่องประมาณว่ามีคนครอบครองเหล็กไหลไว้ แล้วก็มีตัวร้ายต้องการเหล็กไหล เลยมีการเข่นฆ่าแย่งชิงกันตามระเบียบ
หนังแอ็คชั่นลงแผ่นของไทยครับ หลักๆ ก็คือตัวเอกต้องทลายองค์กรก่อการร้ายอะไรประมาณนี้
อย่างที่หลายๆ ท่านทราบว่าผมเป็นคนชอบหนังวันคริสต์มาสครับ คือต้องหามาดูตลอดทุกปีๆ แต่ก็ต้องว่าตามจริงว่าหนังคริสต์มาสยุคใหม่ๆ ส่วนใหญ่มันไม่จับใจผมเท่าสมัยก่อน พูดแบบตรงๆ เลยคือหนังคริสต์มาสยุคใหม่ส่วนใหญ่ทำออกมาเพื่อป้อนตลาด แล้วทำแบบเน้นจำนวน อารมณ์เหมือนขนมหรืออาหารที่บริษัทใหญ่ๆ ผลิตออกมาคราวละมากๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันไปหมด สูตรที่ใช้ทำก็เหมือนๆ กัน จนขาดความหลากหลาย