ยอมรับว่าถูกใจเรื่องนี้แบบคาดไม่ถึง โดยเฉพาะลีลาตลกร้ายแสบสันต์ที่เสียดสีอะไรต่อมิอะไรตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งบทสนทนาแบบโบ๊ะบ๊ะที่เข้ากับสไตล์การพากย์ของทีมพันธมิตรเป็นที่สุด
ยอมรับว่าถูกใจเรื่องนี้แบบคาดไม่ถึง โดยเฉพาะลีลาตลกร้ายแสบสันต์ที่เสียดสีอะไรต่อมิอะไรตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งบทสนทนาแบบโบ๊ะบ๊ะที่เข้ากับสไตล์การพากย์ของทีมพันธมิตรเป็นที่สุด
ผมจัดเรื่องนี้ไป 2 รอบ ไม่ใช่เพราะชอบอะไรมากมายหรอกครับ แต่ดูเพื่อเอามันส์ อยากดูกระบวนท่าหนึ่งรุมแสนเอาความสะใจ ซึ่งผมว่ามันก็ตอบโจทย์บันเทิงพอได้อยู่เหมือนกัน
Jason Statham รับบทโจอี้ อดีตทหารมือพระกาฬที่บอบช้ำจากสงคราม ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในลอนดอนและกำลังพยายามกอบรวมตัวตนที่แตกสลาย เขาได้รู้จกกับซิสเตอร์คริสติน่า (Agata Buzek) แม่ชีในงามที่คอยแจกอาหารให้กับผู้ยากไร้ และเมื่ออิซาเบล (Victoria Bewick) เพื่อนของเขาหายตัวไป เขาก็เลยพยายามสืบหาความจริง
ส่วนตัวมองว่าถ้าหนังจบลงในภาค 7 น่าจะเป็นอะไรที่พอดีและสวยงามครับ แต่ในเมื่อเขาทำออกมาเราก็มีหน้าที่ตามดูไปน่ะนะครับ นี่ก็ไปเข้าไป 10 ภาคแล้ว ไหนจะภาคแยกอีก แล้วก็รอดูภาค 11 กันต่อไปเพราะหนังจบแบบทิ้งท้ายให้เราตามดูต่ออีก
เรื่องนี้มีดีคืองานถ่ายภาพที่สวยเอาเรื่องครับ โดยฉากหลังตามเนื้อหาจะเป็นยุคหิน เราก็จะได้เห็นที่ราบ ป่าเขา หรือชะง่อนหินต่างๆ ซึ่งคนชอบดูงานภาพอย่างผมก็โอเคในจุดนี้อยู่พอประมาณ อันนี้เป็นฝีมือของ Ben Fordesman ซึ่งผมว่างานภาพนี่แหละคือจุดที่เด่นสุด
เรื่องนี้จัดซ้ำไปแล้วหลายรอบ แล้วก็มันส์ทุกรอบ ไปๆ มาๆ ผมว่าภาคแยกนี่ดูจะสนุกลงตัวกว่า Fast ภาคหลังๆ ซะอีก
ตอนดูเรื่องนี้รอบแรก ผมจะออกแนวเฉยๆ ครับ มันรู้สึกว่าฉากต่อสู้ยังไม่มันส์เท่าไร และการเล่าเรื่องก็ออกแนวเรื่อยๆ ยังไม่ชวนติดตามแบบเต็มๆ
สรุปพล็อตง่ายๆ เลยก็คือ มีการระบาดของทีไวรัสเกิดขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโกครับ ส่งผลให้ ลีออน เคนเนดี้, จิลล์ วาเลนไทน์, คริส และแคลร์ เรดฟิลด์ และรีเบคค้า แชมเบอร์สต้องผนึกกำลังกันยับยั้งภัยพิบัติครั้งนี้
และแล้วตี๋เหรินเจี๋ยก็ได้เผชิญกับซอมบี้ครับงานนี้
ถ้าท่านชอบหนังแนว Die Hard ประเภทผู้ก่อการร้ายบุกยึดอะไรสักอย่างแล้วตัวเอกก็สั่งลุยโซ้ยแหลกจัดการพวกมันล่ะก็ จัดเรื่องนี้ได้เลยครับ