หนังเรื่องนี้ ไม่มีคำว่า “ฟัด” น่าปลาบปลื้มเหลือเกินครับ กับหนัง Action ปนไซไฟอย่างอ่อนๆ แล้วก็มีฮาผสมเข้าไปตามสูตรน่ะครับ
หนังเรื่องนี้ ไม่มีคำว่า “ฟัด” น่าปลาบปลื้มเหลือเกินครับ กับหนัง Action ปนไซไฟอย่างอ่อนๆ แล้วก็มีฮาผสมเข้าไปตามสูตรน่ะครับ
หนังบู๊ฮาเอามันส์เรื่องนี้เหมาะแก่การดูแบบสบายๆ ไม่ต้องคิดมากครับ ดู 2 ดารานำจิกกัดกัดเป็นพักๆ ดูแอ็กชันที่แทรกมาเรื่อยๆ แม้จะไม่มีอะไรใหม่ และอาจทำให้นึกถึง Rush Hour และ The Other Guys แต่ก็ถือเป็นความบันเทิงที่ตอบโจทย์ดีครับ
ยอมรับครับว่าผมแอบปรามาสหนังเรื่องนี้อยู่นิดๆ… คือไม่ได้คิดว่าหนังจะไม่ดีหรอกครับ เพียงแต่คิดว่าหนังก็คงออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ (แบบ Unlocked เป็นต้น) ครั้นพอได้ดูก็พบว่าผมสนุกกับหนังมากกว่าที่คิดแฮะ
บางท่านอาจจะงงว่าหนัง The Exorcist นี่มันจะ Beginning อะไรกันนักหนา เพราะปี 2004 ก็มี Exorcist: The Beginning ไปทีหนึ่งแล้ว มาปี 2005 ก็ยังมี Prequel อีก จะย้อนอะไรกันนักกันหนา (555) มาครับจะเล่าให้ฟัง
ภาคนี้เขาจดจ่อรอจะสร้างมาไม่รู้กี่ปีกี่ชาติแล้วครับ กว่าจะออกมาได้ ซึ่งเป็นเนื้อหาเหตุการณ์ที่เกิดก่อนภาคแรกครับ เป็นเรื่องการเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่าง คุณพ่อเมอร์ริน (Stellan Skarsgård) และปีศาจพาซูซู (ตัวที่เข้าสิงเรแกนในภาคแรกน่ะครับ) ซึ่งเหตุเกิดที่อัฟริกาตะวันออกน่ะครับ
ผมชอบโปสเตอร์ภาคนี้นะครับ มันดูขลังดีนะ สำหรับเรื่องราวนั้นก็หลังจากภาคแรก 15 ปี ซึ่งตอนนี้ได้มีการฆ่าต่อเนื่องเกิดขึ้น สารวัตรคินเดอร์แมน (George C. Scott) เลยเข้ามาสืบคดีนี้ และผู้ที่ต้องสังสัยก็คือ ฆาตกรที่ชื่อว่า เดอะ เจมินาย คิลเลอร์ (Brad Dourif)
ประการแรก ผมกับเพื่อนเห็นตรงกันอย่างนึงนั่นก็คือ หน้าปกโคตรน่ากลัวจริงๆ คนอื่นจะกลัวหรือไม่อันนี้ไม่ทราบครับ แต่ผมสองคนคิดอย่างงั้นจริงๆ คือภาพมันเป็นหน้าคนแบบปกตินี่แหละ แต่มันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางประการที่ซ่อนอยู่ในภาพนั้น แล้วยิ่งจ้องพินิศไปมันก็ยิ่งแปลกๆ อ้ะ เหมือนกับภาพนั้นมันจ้องตอบ …
พูดควบสองฉบับเลยนะครับ (และคาดว่าปัจจุบันเราคงได้ดูกันเฉพาะฉบับใหม่น่ะแหละ) กับหนังสยองระดับตำนานเรื่องนี้ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์
ชื่อเรื่องก็บอกว่ามันน่ากลัว หน้าปกก็มืดทึม แต่อย่าให้มันหลอกคุณได้ครับ เพราะมันเป็นหนึ่งในหนังเพลงสุดฮาที่น่ารัญจวนใจแบบสุดๆ
หนังเรื่องนี้ก็พลิกความคาดหมายอีกแล้วครับ ไม่ได้พลิกเฉพาะผมนะ พลิกเพื่อนๆ ผมด้วย ตอนแรกที่ตีตั๋วไปดูกันตอนมันเข้าฉายนั้นก็คิดว่าคงแค่หนังบู๊ทั่วๆ ไป แล้วเป็นไงล่ะ พอดูเสร็จ ผมกับเพื่อนๆ ก็ถึงแก่ความมันส์ถ้วนหน้าถ้วนตากันเลยทีเดียว