หมวดหมู่: Movie Reviews

2001: A Space Travesty (2000) ปืนเปลือยตะลุยจักรวาล

หนังตลกล้อเลียนของลุง Leslie Nielsen นะครับ เป็นผลงานช่วงหลังที่ออกแนวสาละวันเตี้้ยลง ว่าง่ายๆ คือไม่ขำเหมือนสมัยก่อนเก่า ส่วนหนึ่งผมไม่อยากโทษลุงเขาหรอกครับ เพราะเขายังแสดงแบบ “ตลกหน้าตาย” ได้อย่างเนียนอยู่ เพียงแต่เนื้อเรื่องเนื้อหามันออกทะเล (หรืออาจถึงขั้นออกนอกโลกไป) ไกลมากๆ ไม่มีประเด็น ไม่มีสาระอะไร ซึ่งจริงๆ นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหนังแนวนี้หรอกครับ

Coyote Ugly (2000) โคโยตี้ อั๊กลี่ บาร์ห้าวสาวฮ็อต

ว่ากันตามจริง Coyote Ugly ไม่ใช่ยอดหนังดีที่มีคุณภาพสูงส่ง มันอาจมีบ้างที่เนื้อส่วนยังไม่ลงตัว การแสดงอารมณ์ของดาราไม่ถึงขีด หรือความเข้มข้นก็ยังไม่มากมาย แต่รู้อะไรไหมครับ… ผมชอบหนังเรื่องนี่้จัง

Frequency (2000) เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า

ในบรรดาหนังที่มีเนื้อหาว่าด้วย “การทะลุเวลา – แก้อดีต – เปลี่ยนอนาคต” ที่ผมโปรดสุดๆ เป็นเรื่องแรกในชีวิต ก็หนีไม่พ้นไตรภาค Back to the Future ส่วนเรื่องต่อมาก็อยากขอยกตำแหน่งให้กับหนังเรื่อง Frequency นี้ครับ

Scream 2 (1997) หวีดสุดขีด 2

สำหรับหนังสยองหลายๆ เรื่องแล้ว ภาคต่อจะก่อกำเนิดเมื่อภาคแรกทำเงินเยอะพอ แต่กับ Scream แล้ว ไอเดียภาคต่อได้เกิดขึ้นตั้งแต่บทภาพยนตร์ภาคแรกเพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆ

Scream (1996) หวีดสุดขีด

นี่คือหนังสยองแนวไล่ฆ่าที่ทำออกมาดีได้ใจคนดู ส่งผลให้หนังดังครับ ในขณะที่ค่ายหนังต่างๆ ก็พากันสร้างหนังแนวสยองไล่ฆ่าตามกันออกมาเป็นพรวน จนจำได้ว่าปีนั้นและถัดมาอีก 2 ปีก็ยังมีหนังแนวนี้ตามออกมาอีกเรื่อยๆ ครับ

Outbreak (1995) วิกฤติไวรัสสูบนรก

กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งในช่วงนี้ก็คือขุดเอาหนังเก่าๆ ที่ชื่นชอบในอดีตมาดูเพื่อรำลึกความหลัง ขณะเดียวกันก็เพื่อพิสูจน์ด้วยว่าหนังที่เราว่าชอบว่าดีในตอนนั้น พอมาถึงตอนนี้ดีกรีความปลื้มจะยังคงเดิมอยู่หรือไม่

Subspecies 4: Bloodstorm (1998) ปลุกมันมาล้างแค้น

มาเพื่อปิดตำนานล่ะนะครับ สำหรับตอนที่ 4 ของเจ้าแวมไพร์อมตะหน้าด้านฆ่าไม่ตายนามว่า ราดู วลาดิสลัส (Anders Hove) กับศิลาโลหิตของมัน หลังจากภาคที่แล้วแกโดนแดดแผดเผาจนน่าจะตายไปได้แล้ว แต่มาภาคนี้คนทำก็เล่นง่ายครับ แกโดนแดดเผาจริง แต่ตอนร่วงลงมา ดันลงน้ำครับ แดดเลยหยุดเผาเพราะมีน้ำดับ (คนมันจะทำตอนต่อน่ะเน้อะ) แล้วก็ค่อยๆ ฟื้นตัวเพื่อกลับมาล่าพวกตัวเอกอีกครั้ง