วอลเตอร์ ไพสลี่ย์ (Dick Miller) คือเด็กเสิร์ฟในคาเฟ่โบฮีเมียน คาเฟ่ที่รวบรวมศิลปินและงานศิลปะเอาไว้มากมาย เขาเองก็ใฝ่ฝันจะมีผลงานปูนปั้นมาวางโชว์ในร้านเหมือนกัน
วอลเตอร์ ไพสลี่ย์ (Dick Miller) คือเด็กเสิร์ฟในคาเฟ่โบฮีเมียน คาเฟ่ที่รวบรวมศิลปินและงานศิลปะเอาไว้มากมาย เขาเองก็ใฝ่ฝันจะมีผลงานปูนปั้นมาวางโชว์ในร้านเหมือนกัน
ผมจำชื่อคุณพี่ Tim Burton ได้แบบจั๋งๆ ก็ด้วยหนังเรื่องนี้นี่แหละ!
เคาท์ อเลอคาร์ด (Lon Chaney Jr.) สุภาพบุรุษฮังกาเรียนผู้ลึกลับ เดินทางมายังอเมริกาตามคำเชิญของ แคทเธอรีน คอล์ดเวลล์ (Louise Allbritton) แต่แล้วจู่ๆ พ่อของแคทเธอรีนก็มาเสียชีวิตไปด้วยอาการหัวใจวาย ตามด้วยการตัดสินใจสายฟ้าแล่บของแคทเธอรีนที่คิดจะแต่งงานกับเคาท์ อเลอคาร์ด ทั้งๆ ที่เธอก็มีคนรักอย่าง แฟรงค์ (Robert Paige) เป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว
นี่คือภาคต่อของหนัง Dracula เวอร์ชั่นต้นฉบับ (ปี 1931) นะครับ
แรงฤทธิ์สำคัญที่ทำให้ผมคว้าหนังเรื่องนี้มาดูก็คือมีดาราฝีมือดีและมีชื่อในอดีต 3 รายมาร่วมกันแสดง นั่นคือ Michael Ironside, Lee Grant และ William Shatner มันก็เลยคิดน่ะครับว่า หนังมันก็น่าจะมีอะไรบ้างล่ะน่า… ปรากฎว่า… คิดผิดอีกแล้วเรา
แล้วนี่ก็เป็นภาคสามนะครับของตำนานชุดแคนดี้แมน พี่ Tony Todd กลับมาสวมวิญญาณมีตะขอเหล็กตามเดิม ส่วนตัวเอกโชคร้ายประจำภาคก็คือ แคโรไลน์ แม็คคีฟเวอร์ (Donna D’Errico) เจ้าของแกลเลอรี่ศิลปะในนครลอสแอนเจลิส ที่ทำการขานชื่อแคนดี้แมน 5 ครั้งหน้ากระจกในงานเลี้ยงน่ะครับ ประมาณว่าเพื่อลบคำสบประมาทอีกนั่นแหละ… แล้วไงล่ะครับ ก็เจอพี่แคนดี้แมนมาตามล่าน่ะสิครับ
แล้วเขาก็กลับมาครับ คุณผีแคนดี้แมน (Tony Todd) วิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นอันเนื่องมาจากการถูกกีดกันเรื่องความรัก เพียงเพราะเขาเป็นคนผิวดำเท่านั้นเอง จึงไม่อาจรักกับหญิงสาวผิวขาวได้ เลยโดนเล่นงานจนตาย เฮ่อ น่าสงสารพี่แคนดี้แมนอยู่เหมือนกันนะครับ
จากเรื่องสั้น The Forbidden ของนักเขียนนิยายแนวสยองชื่อดังอย่าง Clive Barker (เจ้าเดียวกับที่สร้างผลงานสยองชั้นยอดอย่าง Hellraiser ออกมานั่นไงครับ) มาสู่หนังใหญ่ครับ หนังเรื่องนี้ก็เก่าแล้วล่ะเน้อะ นับไปนับมาก็จะ 20 ปีแล้ว… นานเหมือนกันนะครับ
รู้ไหมครับว่าผมไม่ได้ใช้บริการ Big Cinema มานานมากๆ แล้ว เพราะหนังที่เขาเอามาฉายส่วนมากผมก็จัดการบริโภครับชมไปจนหมดเรียบ ก็มีเรื่องนี้แหละครับที่จังหวะเหมาะ พอดีว่าง และพอดียังไม่ได้ดู ก็เลยได้ดูฟรีๆ ไปตามระเบียบ
มาแล้วนะครับสำหรับการผจญภัยตอนที่ 6 ของพ่อมดน้อยที่โตเป็นหนุ่มเรียบร้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์… เฮ่อ อีกสองภาคก็จบแล้วสินะ เวลาผ่านไปเร็วใช้ได้เหมือนกันนะครับเนี่ย