สิ่งแรกที่คิดตอนดูหนังเรื่องนี้คือ… คุณสมบัติสำคัญของลูกเขยในตระกูลนี้ต้องบ้ากล้องวีดีโอกันทุกคนใช่ไหมเนี่ย?
สิ่งแรกที่คิดตอนดูหนังเรื่องนี้คือ… คุณสมบัติสำคัญของลูกเขยในตระกูลนี้ต้องบ้ากล้องวีดีโอกันทุกคนใช่ไหมเนี่ย?
จุดเข้าท่าแรกของหนังภาคต่อแนวสยองเรียลลิตี้เรื่องนี้คือ “ไม่หลงงงทาง” รู้ว่าอะไรทำให้ภาคแรกประสบความสำเร็จ แล้วไม่รอช้าที่จะเจริญรอยตาม เรียกว่าทำตามสูตรหนังชุด Saw แทนที่จะเดินตาม The Blair Witch Project ที่พอภาคแรกดังแล้ว ดันฉีกแนวภาค 2 ไปเป็นหนังสามัญที่ขาดความใหม่สดแบบภาคแรก ผลสุดท้ายก็เลยกลายเป็นอวสานหนังชุดแม่มดแบลร์ลงทันที
ผมยังจำกระแสตอนหนัง The Blair Witch Project มาฉายในบ้านเราได้ หลังจากหนังทำเงินและได้รับการกล่าวขวัญมาจากเมืองนอกว่ามันน่ากลัวขนาดไหน แต่พอคนไทยดูกลับเฉยๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะแนวทางมันไม่ได้เข้ากับวัฒนธรรมบ้านเรา ที่ถ้าพูดถึงหนังผีล่ะก็ ต้องเป็นผีที่หน้าเละ น่ากลัว หรือไม่ก็ต้องมีฉากการฆ่าที่น่าสะพรึง นั่นถึงจะเข้าอีหรอบหนังน่ากลัวสำหรับบ้านเรา
เรื่องสั้นอีกหนึ่งของ Clive Barker ผู้เขียนเรื่อง Hellraiser ที่ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ (โดยการดัดแปลงของ Barker เอง)
อีกหนึ่งหนังไล่ฆ่าทุนต่ำที่ต่ำเกินไปหน่อยครับ หนังเลยไม่มีอะไรให้พูดถึงสักเท่าไร
อีกหนึ่งหนังสยองที่ทำออกมาได้เข้าท่าเกินคาดครับ
หนังไล่ฆ่าสไตล์ศุกร์ 13 (Friday the 13th) ครับ ว่าด้วยเด็กๆ ที่ไปเที่ยวแคมป์กัน พอตกกลางคืนเหล่าผู้ดูแลก็ชวนเด็กๆ มาล้อมวงรอบกองไฟ แล้วก็เล่าเรื่องผีกันตามสไตล์ชาวแคมป์มะกัน
เป็นหนังทุนต่ำอีกเรื่องที่ได้รับการกล่าวขวัญครับ… คือ เขากล่าวกันว่าทำได้ไม่สนุกเลย แต่ก็นั่นล่ะครับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เลยอยากขอดูสักหน่อย
เรื่องราวของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ประกอบไปด้วย ฟิล (Lee Montgomery), แมรี่ (Dedee Pfeiffer), มิตช์ (Peter DeLuise), วินนี่ (LeVar Burton) และ เมลิสซ่า (Shari Belafonte-Harper) ที่ดันทะลึ่งไปทำพิธีปลุกทวดของทวดของทวดเมลิสซ่างซึ่งเป็นแม่มดเรืองอาคมที่ตายไปเมื่อ 300 ปีก่อน
เฮเธอร์ (Lesleh Donaldson) สาวน้อยจากในเมืองเดินทางกลับมาดูแลคุณยาย (Kay Hawtrey) ที่เพิ่งสูญเสียคุณตาของเธอไปหมาดๆ ขณะเดียวกันคุณยายของเธอก็ตั้งใจจะเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว