หมวดหมู่: Movie Reviews

Max 2: White House Hero (2017) แม็กซ์ 2 เพื่อนรักสี่ขา ฮีโร่แห่งทำเนียบขาว

Max ภาคแรกเป็นหนังว่าด้วยสุนัขแสนรู้ผู้ซื่อสัตย์ที่ทำได้ดีเรื่องหนึ่งครับ อาจไม่ได้ถึงขั้นสุดยอด แต่ก็ถือว่าควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะคนรักหมานี่น่าจะชอบไม่มากก็น้อย

The Purge: Election Year (2016) คืนอำมหิต: ปีเลือกตั้งโหด

หนังชุด The Purge ดูเล่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับ ภาคแรกเหตุเกิดในบ้าน ภาค 2 เหตุเกิดพล่านเมือง และในภาคนี้ประเด็นที่เอามาเล่นก็ถือว่าระดับประเทศทีเดียว แต่ถ้าพูดถึงความใหญ่ของเหตุการณ์แล้ว ก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าภาค 2 ครับ พล่านเมืองพอกัน

Our Little Sister (2015) เพราะเราพี่น้องกัน

ผมมองว่าหนังเรื่องนี้ไม่เชิงเป็น Feel Good ครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับ Feel Real แต่มันออกแนว Feel Warm คือดูแล้วอาจไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกว่าโลกสวยขึ้นมาแบบทันตาเห็น แต่ดูแล้วมันอบอุ่น กินใจ ติดดิน เรียบง่าย และงดงามแบบกำลังเหมาะ

ล่าขุมทรัพย์ลึกใต้โลก (2015) Mojin: The Lost Legend

ออกตัวเลยครับว่าไม่เคยอ่านฉบับนิยายมาก่อน จึงไม่สามารถบอกเปรียบเทียบถึงความสนุกได้ และไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเกี่ยวกับหนังเลย (แต่ก็พอจะเดาได้น่ะครับว่านิยายคงสนุกกว่า ตามสูตรอยู่แล้ว)

The Huntsman: Winter’s War (2016) พรานป่าและราชินีน้ำแข็ง

สำหรับผมแล้ว ภาคแรกถือว่าเรื่อยๆ ครับ คือดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ถึงกับติดใจโปรดปรานอะไร แม้ผมจะชอบหนังแฟนตาซีประมาณนี้และหลายอย่างในหนังจะดูไม่เลว และให้ความบันเทิงได้ระดับหนึ่งก็ตาม แต่โดยรวมแล้วหนังยังจับใจขนาดนั้น

เงือกสาว ปัง ปัง (2016) The Mermaid

สารภาพว่าเผื่อใจตั้งแต่ตอนดูตัวอย่างแล้วครับ มันตระหนักอยู่ลึกๆ ในใจว่าหนังอาจจะไม่โดนใจเรา และรสชาติคงไม่เหมือนหนังของเฮียโจวซิงฉือสมัยก่อนที่เราเติบโตมา

Teenage Mutant Ninja Turtles: Out of the Shadows (2016) เต่านินจา จากเงาสู่ฮีโร่

ภาคแรกถือว่าดูเอามันส์ได้เพลินๆ ครับ มาภาคนี้ก็อีหรอบเดียวกัน คือดูเอาสนุก เอามันส์ เอาฮา แล้วก็ดูแสงสีกับ Effect ซึ่งถ้าใครชอบอะไรพวกนี้ล่ะก็ เต่านินจาภาคใหม่นี่ก็ตอบโจทย์เลยล่ะ

สุขสันต์วันกลับบ้าน (2016) Take Me Home

หนังเรื่องนี้มันทางของผมชัดๆ ครับ แนวสยอง ลึกลับ น่ากลัวแบบกินบรรยากาศ มีปมปริศนาให้ตาม มีความซับซ้อนให้มึนนิดๆ แบบนี้ล่ะครับ ผมชอบ ^_^

โยคะสู้ฟัด (2017) Kung Fu Yoga

หนังบู๊ผจญภัยดูเอาเพลินของเฮียเฉินหลงครับ ก็ถ้าให้ว่าแบบอ้อมค้อมเลยก็คือหนังดูได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องคาดหวังอะไร เหมาะกับใครก็ตามที่อยากเพลินกับมุกฮาๆ กับลีลาบู๊แบบเฮียเฉินน่ะครับ