Resort to Love อีกหนึ่งหนังรักของ Netflix ที่ดูได้เรื่อยๆ ดูแล้วสบายใจพอสมควร
Resort to Love อีกหนึ่งหนังรักของ Netflix ที่ดูได้เรื่อยๆ ดูแล้วสบายใจพอสมควร
กิจวัตรยามเช้าในช่วงหลายวันมานี้ของผม หลังจากส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว ก็จะมาเปิดดูหนัง Feel Good หรือไม่ก็หนังคริสต์มาสดูครับ ยอมรับเลยว่าดูแล้วมันสุขใจ และพลอยทำให้ช่วงเวลาที่เหลือของวันมันเต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ แม้จะมีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามาบ้าง แต่ก็รู้สึกว่าเรารับมือกับมันได้ด้วยใจที่เบิกบาน
Margaux หนังแนวไล่ฆ่าที่งานนี้ฆาตกรไม่ใช่คนครับ แต่เป็นเอไออัจฉริยะที่ติดตั้งอยู่ในบ้านพักหลังหนึ่ง
Adrift เป็นหนังที่พอดูจบแล้วนี่ผมประทับใจอยู่ลึกๆ นะครับ มันรู้สึกดีที่เราได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ – ไม่ใช่ว่ารู้สึกดีที่ได้เห็นคนประสบภัยนะครับ หมายถึงพอได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว มันรู้สึกดีอยู่ภายในที่เราได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ มันคือเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างความรักและการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ตัวเล็กๆ กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ถ้าจะให้นิยาม Deadlock ก็คงต้องบอกว่ามันคือ Die Hard นั่นแหละครับ เพียงแต่หนนี้ป๋า Bruce Willis พลิกขั้วมาเล่นเป็นผู้ร้ายแทน
Apex ว่าด้วยโลกยุคอนาคตครับ ตัวเอกคือ โธมัส มาโลน (Bruce Willis) อดีตตำรวจมือพระกาฬที่ติดคุกอยู่ เขาได้รับการเลือกให้มาเป็นเป้าในเกมมรณะที่เหล่าคนมีอันจะกินชอบเล่นกัน เกมก็คือโธมัสจะถูกนำไปปล่อยไว้ในป่า แล้วก็จะมีคนมาล่าเขาเพื่อความสนุก โดบนักล่าที่เก่งที่สุดในตอนนี้คือ แซมมวล เรนส์ฟอร์ด (Neal McDonough) ที่รอมานานที่จะได้เจอเป้าหมายที่เก่งๆ และแน่นอนว่าโธมัสนี่แหละครับคือคนเก่งตัวจริงที่อาจทำให้ผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า
หนังเรื่องนี้มี 2 ชื่อด้วยกันครับ ได้แก่ Anti-Life อันถือเป็นชื่อดั้งเดิมของหนัง และอีกชื่อคือ Breach ที่มาตั้งใหม่ในภายหลัง ก็ถือว่าเล่าสู่กันฟังครับ เพราะจะว่าไปหนังไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงเท่าไร (เลยพยายามหาเรื่องมาพูดให้เยอะหน่อย 555)
ขอเกริ่นก่อนสำหรับท่านที่ไม่เคยดูหนังชุดนี้นะครับ ว่านี่ถือเป็นตอนที่ 4 ของหนังชุด Time for Me to Come Home for Christmas ที่สร้างโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Time for Me to Come Home ของ Blake Shelton และจากหนังสือชื่อเดียวกับเพลงที่เขียนโดย Dorothy Shackleford (ซึ่งก็คือแม่ของ Blake Shelton) และ Travis Thrasher
แล้วเราก็มาถึงตอนที่ 3 ของหนังชุด Time for Me to Come Home for Christmas ครับ ซึ่งสองภาคแรกนั้นผมยังรู้สึกเรื่อยๆ ยังไม่ถึงกับชอบอะไรมาก แต่มาภาคนี้นี่ต้องขอยกนิ้วให้เลยครับ เพราะทำออกมาได้กลมกล่อมกำลังดี และน่าติดตามอีกด้วย – แต่ก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าหนังแต่ละตอนนั้นมีตัวละครหลักเป็นคนละชุดกัน แต่อยู่ในจักรวาลเดียวกันครับ และมีสิ่งที่เชื่อมหนังทุกตอนเข้าด้วยกันก็คือเพลง Time for Me to Come Home ของ Blake Shelton นั่นเอง
เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นตอนต่อของ Time for Me to Come Home for Christmas ครับ แม้ตัวละครจะเป็นคนละชุดกัน แต่ก็เป็นหนังที่สร้างโดย Blake Shelton และ Dorothy Shackleford (แม่ของ Blake) และประเด็นในหนังก็ถือว่ามาทางเดียวกันด้วย