หนังสยองขวัญรุ่นเก่าอีกเรื่องครับ จำได้ว่าสมัยเด็กๆ เคยเห็นมันในรูปแบบ VDO แต่ตอนนั้นยังไม่กล้าเช่ามาดูครับ
หนังสยองขวัญรุ่นเก่าอีกเรื่องครับ จำได้ว่าสมัยเด็กๆ เคยเห็นมันในรูปแบบ VDO แต่ตอนนั้นยังไม่กล้าเช่ามาดูครับ
โปรเจคท์หนัง Drag Me to Hell เรื่องนี้ อาจทำให้ใครหลายคนงงว่า ไหงผู้กำกับพันล้าน Sam Raimi แห่งหนังชุด Spider-Man ถึงลงมาจับงานหนังสยองเล็กๆ อย่างนี้ได้
นี่เป็นหนังรีเมคครับ ฉบับที่แล้วนั่นเป็นหนังแนวไล่ฆ่าที่สร้างตามไล่หลังหนังศุกร์ 13 มาน่ะแหละ เพียงแต่บทสรุปของหนังอาจผิดแผกจากเรื่องอื่นบ้าง ทำให้หนังดูมีอะไรน่าสนใจขึ้นพอสมควร แต่โดยรวมๆ ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษอะไรมาก
ผมยังคงประทับใจภาคแรกที่พี่ Uwe Boll ทำไว้ไม่หาย แหม ทำเกมมันส์ๆ กลายเป็นมะดันเน่าไปซะได้ ติดตาเลยครับ ซอมบี้ว่ายน้ำฟรีสไตล์ ตีกรรเชียงกันมันไปเลย น่ารักจริงๆ
และนี่คือผลงานล่าสุดที่แตกหน่อออกมาจากเกมชุด Resident Evil หรือ Bio Hazard นะครับ โดยเจตนาจะทำให้เป็นตอนต่อของเกม Bio ภาค 4 และเป็นตอนก่อนเกิดเหตุในภาค 5 ดังนั้นเนื้อหา เรื่องราวเลยไม่ค่อยจะไปเกี่ยวเนื่องอิงจากฉบับหนังไตรภาคสักเท่าไร
ใครที่แวะเวียนมาอ่านรีวิวของผมประจำย่อมทราบว่าผมเองก็เป็นคอหนังสยอง ระทึกขวัญตัวยงคนนึงนะครับ ดูได้หลากเกรดตั้งแต่เอยันซีหรือต่ำกว่านั้น เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะได้เจอหนังสยองดีๆ ที่ไหนและเมื่อไร
เท่าที่ดูมาถึงตอนนี้ ดูเหมือนผู้กำกับจากสำนักซีรี่ส์ The X-Files จะเหลือรอดในวงการอยู่เพียงไม่กี่คน
ก็ตามคำขอนะครับ ให้รีวิวภาคต่อของ The Ring ฉบับฮอลลีวู้ดก็ได้เลย ไม่ยากเย็น
หลังจากฉบับญี่ปุ่นสร้างความโด่งดังและสะพรึงไปทั่ว อเมริกาก็ไม่รอช้าครับ นำเอาไปรีเมคทันที จะว่าไปช่วงนั้นมุขก็ตันพอดีด้วย ตอนนั้นฮอลลีวู้ดนี่เอะอะก็มารีเมคหนังเอเซียครับ ตอนนี้แม้จะซาๆ ลงไปบ้างแต่ก็ยังมีอีกเป็นระยะๆ อย่าง the Eye ก็โดนเอาไปเหมือนกัน
บอกตรงๆ ว่าผมนับถือพี่ Paul W.S. Anderson แกจริงๆ เพราะแกสามารถเดินหน้าสร้างหนังชุดนี้ออกมาขายได้เรื่อยๆ แม้รายได้จะไม่ล้นและคนดูจะไม่ถึงกับรัก แต่ด้วยความที่พี่แกขยันทำ และตอนทำแต่ละตอนออกมา แม้จะเบาพล็อตแต่ก็ยังตอบสนองความต้องการของคนดูกลุ่มหนึ่งได้ดีพอสมควร เรียกว่าแม้หนังจะไม่ถึงกับยอด แต่ดูแล้วพอจะสะใจบ้าง พอสยองบ้างคนดูกลุ่มนั้นก็พร้อมจะตามไปดูได้เรื่อยๆ