In Search of Darkness คือสารคดีที่สร้างขึ้นเพื่อคนรักหนังสยองอย่างแท้จริงครับ
In Search of Darkness คือสารคดีที่สร้างขึ้นเพื่อคนรักหนังสยองอย่างแท้จริงครับ
วัยรุ่น 5 คนยกขบวนกันไปค้างอ้างแรมที่บ้่านพักกลางป่าเขา แต่พอไปถึงที่นั่นพวกเขากลับพบว่าทีวีกำลังออกข่าวว่ามีกลุ่มเมฆประหลาดปกคลุมตามส่วนต่างๆ ของโลก แล้วก็มียานอวกาศโผล่มา – ว่าง่ายๆ คือมนุษย์ต่างดาวกำลังบุกโลกครับ และดูเหมือนว่าพวกมันจะมาแถบที่พวกเขาอยู่ซะด้วย พวกเขาเลยต้องพยายามหาทางรอด อันนำเขาไปพบเจอกับชายปริศนา (Wesley Snipes) ที่ดูเหมือนว่าจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผู้มาเยือนดีเหลือเกิน
หนังสัตว์โลกน่ารักที่จริงๆ แล้วมันเป็นตัวอะไรผมก็ยังไม่แน่ใจน่ะนะครับ รู้แต่ว่าคนกลุ่มหนึ่งไปเดินป่า แล้วก็เจอมันไล่ขย้ำเข้า ก็มีตายบ้างรอดบ้างจนพวกเขาหนีไปเจอบ้านหลังหนึ่งที่มีคนหลบอยู่ในนั้น แล้วพวกเขาก็ต้องมาหาทางรับมือกับมันร่วมกัน
ก็เป็นหนังซอมบี้ที่เหตุไปเกิดในประเทศเวเนซุเอลาครับ เมื่อมีเชื้อลึกลับระบาดในเมืองทำให้คนบ้าคลั่งออกมาไล่กัดคน และคนที่ถูกกัดก็จะติดเชื้อ ทำให้ทางการก็พยายามจะหาทางสู้กับเชื้อร้าย ส่วนตัวเอกคือ ดร.อดัม วาร์กัส (Rubén Guevara) ที่ต้องฝ่าดงซอมบี้ไปช่วยลูกชาย
หญิงสาวคนหนึ่ง (Eiza González) ตื่นขึ้นมากลางสถานอวกาศโดยจำอะไรไม่ได้เลย แล้วเธอก็พบว่ามีคนตายเต็มไปหมด เธอเลยต้องมาปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบความจริงอันน่าสะพรึง
ถือเป็นหนังที่ผมรู้สึกสมประสงค์มากๆ เรื่องหนึ่งครับ ประมาณว่าตอนดูตัวอย่างคาดหวังอะไรไว้ก็ได้ตามนั้นเป๊ะ ไม่ขาดแล้วก็ไม่เกิน
ในเมืองอิปสวิช มีวัยรุ่น 4 คนที่เป็นทายาทของ 4 ตระกูลที่มีพลังเวทย์มนต์ ซึ่งพวกเขาก็สนุกกับการใช้อำนาจนี้ และกำลังรอคอยให้ตนเองอายุถึง 18 ปี เพราะตำนานว่าไว้ว่าพลังเวทย์ของพวกเขาจะมีอานุภาพสูงสุดเมื่ออายุครบ 18 ปี
ม้อด การ์เรตต์ (Chloë Grace Moretz) นักบินหญิงแห่งกองทัพที่จำต้องโดยสารเครื่องบินลำหนึ่งไปพร้อมกับพัสดุหนึ่งชิ้น แต่กลายเป็นว่าบนเครื่องเธอต้องเผชิญกับการถูกเหยียดหยามเนื่องด้วยความที่เธอเป็นเพศหญิง แต่ยิ่งกว่านั้นคือดูเหมือนจะมีตัวประหลาดอะไรสักอย่างจ้องจะสร้างหายนะให้เครื่องบินล้ำนั้นอยู่ จนบอกได้ว่าการบินหนนี้ของเธอ ดูท่าว่าจะอันตรายกว่าที่คิด
ภาคแรกโกยกำไรลัลล้า ได้มา $62 ล้านจากทั่วโลก (ทุนแค่ $5.3 ล้าน) ดังนั้นภาคต่อต้องมาครับ โดยผู้กำกับคนเดิม Johannes Roberts กลับมาทำร่วมกับ Ernest Riera ที่ร่วมเขียนบทเหมือนเดิม
เรื่องนี้มีดีคืองานถ่ายภาพที่สวยเอาเรื่องครับ โดยฉากหลังตามเนื้อหาจะเป็นยุคหิน เราก็จะได้เห็นที่ราบ ป่าเขา หรือชะง่อนหินต่างๆ ซึ่งคนชอบดูงานภาพอย่างผมก็โอเคในจุดนี้อยู่พอประมาณ อันนี้เป็นฝีมือของ Ben Fordesman ซึ่งผมว่างานภาพนี่แหละคือจุดที่เด่นสุด