ครับ มาอันนี้ก็ยังป้วนเปี้ยนเกี่ยวกับช่วงคริสต์มาสแม้จะไม่ได้เกี่ยวโดนตรง ไม่ได้มีซานตาคลอสก็เถอะ แต่ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์คริสต์มาสเหมือนกัน
ครับ มาอันนี้ก็ยังป้วนเปี้ยนเกี่ยวกับช่วงคริสต์มาสแม้จะไม่ได้เกี่ยวโดนตรง ไม่ได้มีซานตาคลอสก็เถอะ แต่ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์คริสต์มาสเหมือนกัน
อาวุธลับอันทรงประสิทธิภาพของแวมไพร์ คือ เสน่ห์อันรัญจวนยวนใจ ยั่วให้คนหลงใหลไปกับมัน เหยื่อน้อยใหญ่เมื่อโดนอาวุธนี้แล้วก็ยากจะหนีพ้น บ้างก็หลงใหลรูปโฉมชวนพิสมัย บ้างพอสัมผัสก็ปลุกตัณหาหลากประการขึ้นมาในดวงจิต บ้างก็เกิดปรารถนาอยากกลายเป็นแวมไพร์เลยก็มี
อีกเฮือกหนึ่งของ Sylvester Stallone และผู้กำกับ Renny Harlin นะครับ หลังจากเคยร่วมกันดังมาแล้วใน Cliffhanger
Sylvester Stallone กับหนังแนวชีวิตปนแอ๊คชั่นอีกครั้งครับ คราวนี้เขารับบทเป็นลินคอร์น ฮอว์ค สิงห์รถบรรทุกที่ต้องการจะผูกสัมพันธ์กับลูกที่ห่างเหินของเขา ไมเคิล คัตเลอร์ (David Mendenhall) ช่วงแรกก็ทุลักทุเลอยู่ครับ แต่ซัพกัพ่อลูกก็เริ่มเข้าใจกัน แต่ทว่าเจสัน คัตเลอร์ (Robert Loggia) ตาของไมเคิล (หรือพ่อเมียนั่นเอง) เกิดไม่เห็นดีด้วย เลยมีการลงมือขัดขวางทุกวิถีทางครับ เอาล่ะสิ แล้วมันจะเป็นอย่างไรต่อไปกันล่ะ
เอาหนังทีวีเก่าๆ มาแนะนำกันนะครับ ก็ด้วยอารมณ์รำลึกอดีตอีกตามเคยล่ะครับ สมัยก่อนตอนที่ค่าย CVDI ยังเรืองอำนาจน่ะนะครับ (เพราะตอนนี้อำนาจเริ่มหดหายแล้วครับ ลิขสิทธิ์หนังมากมายหลุดไปอยุ่กับค่าย Pacific และ Catalyst หมดแล้ว) แต่สมัยก่อนตอนที่เขายังผูกขาดอยู่นั้น หนังสารพัดก็ไหลมาที่นี่ที่เดียวครับ หนังใหญ่หนังเล็กก็ได้ดูจากที่นี่แหละ ซึ่งสมัยนั้นตอนเด็กๆ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ เอามาดูหมด หนังโรงหนังทีวี มีเกรดไม่มีเกรดไม่รู้เท่าไหร่ ก็ดูๆๆๆ ไป ด้วยความสนุกสนาน
เรื่องนี้ถือว่ามาทางเดียวกับ Knight of Cups ครับ ว่าด้วยชายผู้สับสนและหลงทาง หลังเกิดวิกฤติบางอย่างในชีวิตและจิตใจ ตัวหนังก็จะออกแนวสับสนและรอการค้นหาอยู่หน่อยๆ
ตอนก่อนๆ ถ้าท่านอ่านกันน่ะนะครับ จะเห็นว่าผมชมในเรื่องการเขียนบทของพี่ Sylvester Stallone ในภาคแรกนั้น บทหนังมันสมบูรณ์ครับ เรียบง่ายแต่สมบูรณ์ ส่วนภาคสองก็ป็นส่วนเสริมจากภาคแรก พอมาภาคสามพี่แกก็ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนแนวให้กับหนังโดยเพิ่มความมันส์ลงไป พอมาภาคสี่แกก็ผูกเรื่องจากภาคสามมาสร้างเงื่อนไขทางอารมณ์ให้กับคนดู ซึ่งถ้าดูจากสี่ภาคแรกนี่ ยอมรับว่าแกก็มีฝีมือนะครับ
แต่พอมาภาคห้าเท่านั้นแหละ ผมถึงแก่ความงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สไลเนี่ย
เรื่องราวในภาคนี้ก็ต่อเนื่องจากตอนก่อนนะครับ เมื่อร็อคกี้ (Sylvester Stallone) กับอพอลโล (Carl Weathers) ได้กลายเป็นเพื่อนซี้กันไปแล้ว พวกเขาก็ออกงานร่วมกันอยู่เสมอๆ แต่แล้วในการชกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นแมทช์ระหว่างอพอลโล กับ อิวาน ดราโก้ (Dolph Lundgren) นักชกหมัดเหล็กไหลจากรัสเซีย ปรากฏว่าการชกครั้งนี้ส่งผลให้อพอลโลเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ทำให้ร็อคกี้ต้องคืนสังเวียนอีกครั้งในการประลองหมัดกับอิวาน และครั้งนี้ ร็อคกี้ต้องเดินทางไปยังดินแดนหมีขาวเพื่อล้างแค้นให้อพอลโลครับ
แม้ภาคที่แล้วจะประสบความสำเร็จไปพอประมาณ แต่ก็ยังนับว่าน้อยกว่าภาคแรกนะครับ และแนวหนังมันก็เริ่มย่ำวนอยู่กับที่แล้วด้วย ซึ่งดูท่าว่า Sylvester Stallone จะเล็งเห็นในเรื่องนี้เหมือนกัน ทีนี้พอเขาคิดจะทำตอนต่อ เขาเลยจัดการเขียนบทในแนวเรื่องใหม่ นั่นคือจับเรื่องเป็นแนวบู๊เต็มตัวครับ เพื่อทำให้เรื่องร็อคกี้มันแปลกใหม่ขึ้น คนดูจะได้กลับมาดูมากขึ้นอะไรทำนองนั้นน่ะนะครับ และนั่นก็เป็นการกระทำที่ถูกต้องทีเดียว
ภาคแรกดังครับ ได้เงินไปร้อยกว่าล้าน ได้ออสการ์อีกต่างหาก ถ้าไม่ทำภาคต่อเนี่ย จะนับว่าผิดกาลเทศะอย่างรุนแรงทีเดียว