หมวดหมู่: Drama

Nothing in Common (1986) คุณพ่อคร้าบ

หนังตลกสมัย Tom Hanks ยังละอ่อนครับ เขารับบทเป็นเดวิด แบสเนอร์ หนุ่มนักโฆษณาที่การงานกำลังไปได้สวย แต่แล้วชีวิตที่ลงตัวของเขาก็ต้องสะดุดเมื่อพ่อแม่ดันมาหย่ากันตอนแก่ครับ ประมาณว่าแม่ของเขา (Eva Marie Saint) ทนความเจ้าปัญหาของพ่อ (Jackie Gleason) ไม่ไหว เลยตัดสินใจอยู่คนเดียวให้มีอิสระและความสุขดีกว่า

The Score (2001) ผ่ารหัสปล้นเหนือเมฆ

ถือเป็นโปรเจคท์ที่น่าจับตามากตอนประกาศสร้างครับ เพราะได้ Robert De Niro มาเจอ Edward Norton ปิดท้ายด้วย Marlon Brando แหม 3 คนนี้นี่ก็วิ่งเข้าออกเวทีออสการ์กันมากี่ครั้งแล้วล่ะครับ ฝีมือน่ะเชื่อขนมรัปประทานได้เลยว่าดีแน่ๆ ขอแค่ให้หนังออกมาสนุกสนาน ได้รสชาติกลมกล่อมก็พอ

Coyote Ugly (2000) โคโยตี้ อั๊กลี่ บาร์ห้าวสาวฮ็อต

ว่ากันตามจริง Coyote Ugly ไม่ใช่ยอดหนังดีที่มีคุณภาพสูงส่ง มันอาจมีบ้างที่เนื้อส่วนยังไม่ลงตัว การแสดงอารมณ์ของดาราไม่ถึงขีด หรือความเข้มข้นก็ยังไม่มากมาย แต่รู้อะไรไหมครับ… ผมชอบหนังเรื่องนี่้จัง

Frequency (2000) เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า

ในบรรดาหนังที่มีเนื้อหาว่าด้วย “การทะลุเวลา – แก้อดีต – เปลี่ยนอนาคต” ที่ผมโปรดสุดๆ เป็นเรื่องแรกในชีวิต ก็หนีไม่พ้นไตรภาค Back to the Future ส่วนเรื่องต่อมาก็อยากขอยกตำแหน่งให้กับหนังเรื่อง Frequency นี้ครับ

เมล์นรก หมวยยกล้อ (2007) Bus Lane

หนังตลกสะท้อนสังคมอีกเรื่องที่อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกจุด แต่ก็ถือเป็นงานสนุกๆ ที่ให้ความบันเทิงได้ดีในระดับหนึ่ง และยังจิกกัดสังคมไทยได้อย่างน่าสนใจ

Love Blossoms (2017)

Shantel VanSanten เป็นนักแสดงสาวที่เตะตาผมมากพอสมควร ตอนที่เธอแสดงเป็นแฟนของแบร์รี่ อัลเลน ในซีรี่ส์ The Flash ช่วงปี 2 น่ะครับ (โดยส่วนตัวผมเชียร์เธอให้คู่กับแบร์รี่มากกว่าไอริสอีกนะ 555)

Everybody Wants Some!! (2016) อยากได้ไหม ใครสักคน

เรื่องนี้ก็เข้าทางผมอีกแล้วครับ หนังสไตล์ย้อนยุค ถ่ายทอดแง่มุมชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน และกลั้วอารมณ์แบบหนัง Coming of Age เข้าไปอีกหน่อย เป็นอะไรที่ผมชอบอยู่แล้ว ไหนจะชื่อผู้กำกับ Richard Linklater (ไตรภาค Before Sunrise และ Boyhood) เรื่องนี้เลยเป็นหนังน่าดูภาคบังคับสำหรับผมครับ