สำหรับผมแล้วภาคนี้กลายเป็นภาคที่สนุกน้อยสุดครับ การสืบไม่น่าติดตาม ประเด็นในเรื่องดูสะเปะสะปะ แม้จะมีโครงเรื่องหลักอยู่ก็ตาม แต่ความกลมกล่อมยังสู้ภาคแรกไม่ได้ และในแง่ดราม่าความสัมพันธ์ตัวละครแล้ว ผมว่าภาค 2 จะดูดีกว่าและมีอะไรมากกว่า
สำหรับผมแล้วภาคนี้กลายเป็นภาคที่สนุกน้อยสุดครับ การสืบไม่น่าติดตาม ประเด็นในเรื่องดูสะเปะสะปะ แม้จะมีโครงเรื่องหลักอยู่ก็ตาม แต่ความกลมกล่อมยังสู้ภาคแรกไม่ได้ และในแง่ดราม่าความสัมพันธ์ตัวละครแล้ว ผมว่าภาค 2 จะดูดีกว่าและมีอะไรมากกว่า
คราวนี้หัวหน้า ICAC ลู่จื้อเหลียน (กู่เทียนเล่อ) ต้องมาสืบคดีฆาตกรรมที่อาจพัวพันไปถึงการพนันฟุตบอลระดับประเทศ โดยหนนี้หนังได้เพิ่มนายตำรวจหลิวเป่าเฉียง (จางจื้อหลิน) มาเป็นหนึ่งในตัวละครหลักที่ร่วมสืบคดี (แบบที่มีการขัดย้งหรือกัดกันบ้าง) ไปกับ ICAC ด้วย
ลู่จื้อเหลียน (กู่เทียนเล่อ) คือหัวหน้าหน่วย ICAC หน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบ และล่าสุดหน่วย ICAC ได้พบเงื่อนงำความเป็นไปได้ที่กลุ่มกองทุนการกุศลอาจมีเบื้องหลังที่นำไปสู่การโกงครั้งใหญ่บนเกาะฮ่องกง เขาและทีมงานจึงต้องรีบหาหลักฐานมาเล่นงานกลุ่มกองทุนนี้ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป
นี่ถือเป็นหนังคาวบอยที่ทำออกมาได้สนุกและน่าติดตามมากๆ อีกเรื่องครับ หนังสามารถผสมผสานลีลาคาวบอยรุ่นเก่ากับหนังแอ็กชันตะวันตกรุ่นใหม่เข้ากันได้อย่างพอเหมาะ
แจ็ค (Christopher Lambert) กับครอบครัวกำลังเดินทางผ่านถนนเส้นที่สองข้างทางมีแต่ทะเลทรายครับ ทีนี้ระหว่างทางพวกเขาไปมีเรื่องกับแก๊งอันธพาล (Craig Sheffer) และพวกมันก็ทำให้พี่ชายของเขา (Christopher McDonald) ถึงแก่ความตาย และยังพยายามฆ่าเขา จับลูกเมียเขาไปอีกด้วย
ว่ากันแบบไม่อ้อมค้อมครับ การดู Skin Trade ไม่ได้ทำให้ต่อมมันส์หรือต่อมสนุกของผมทำงานสักเท่าไรเลย
ภาคต่อจาก SPL ภาคแรกที่เจิ้นจื่อตันแสดงไว้ครับ
หนังบู๊ว่าด้วยเรื่องการขับเคี่ยวระหว่างตำรวจกับเจ้าพ่อระดับบิ๊กที่ไม่เคยมีใครเอาผิดเขาได้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าพ่อคนนี้ทำสิ่งเลวร้ายมาแค่ไหนก็เถอะ
Once Upon a Time in Shanghai เป็นงานรีเมคจากหนังเก่าคลาสสิกเรื่อง นักชกจากชานตุง โดยเน้นไปที่ฉากการต่อสู้มือเปล่าที่สมจริง แล้วก็นำเสนอด้วยภาพสไตล์หนังเก่าขาวดำครับ
อีกหนึ่งหนังแอ็กชันสืบสวนสายฮาที่ภาคแรกทำออกมากลมกล่อมกำลังดี จนบอกได้เลยครับว่าหนังดูเพลินมาก แต่ก็ต้องบอกก่อนว่ามันไม่ได้แอ็กชันระเบิด Leathal Weapon และไม่ได้เอาฮาหนักๆ แบบ Rush Hour