หนัง Action ล้ำอนาคตเรื่องของ จอห์น สปาร์ตัน (Sylvester Stallone) นายตำรวจจอมระห่ำที่โดนลงโทษโดยการเข้าคุกไครโอเจนิก (คุกแช่แข็งน่ะครับ) เนื่องจากทำงานผิดพลาด อันส่งผลให้ตัวประกันที่โดนไซม่อน ฟีนิกซ์ (Wesley Snipes) จอมวายร้ายจับไปตายทั้งหมด
หนัง Action ล้ำอนาคตเรื่องของ จอห์น สปาร์ตัน (Sylvester Stallone) นายตำรวจจอมระห่ำที่โดนลงโทษโดยการเข้าคุกไครโอเจนิก (คุกแช่แข็งน่ะครับ) เนื่องจากทำงานผิดพลาด อันส่งผลให้ตัวประกันที่โดนไซม่อน ฟีนิกซ์ (Wesley Snipes) จอมวายร้ายจับไปตายทั้งหมด
แล้วในที่สุด Sylvester Stallone ก็มีหนังตำรวจคู่หูกับเขาซะที ในเรื่องเขารับบทเป็นเรย์มอนด์ แทงโก้ ยอดนายตำรวจเจ้าของฉายานายตำรวจผู้ดีที่ทำทุกอย่างเนี๊ยบแบบทุกกระเบียดนิ้ว ส่วน Kurt Russell รับบทเกเบรียล แคช นายตำรวจจอมระห่ำที่ชอบระเบิดมันทุกอย่างและฉีกตำราทุกเล่มเป็นกิจวัตร
เมื่อคุณผ่านอะไรนัดหนามาทั้งวันแล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ทำสิ่งสบายๆ ที่เราชอบ และสำหรับผมมันคือการดูหนังครับ
พอดีที่ผมนั่งดู Anchorman: The Legend of Ron Burgundy ไปเมื่อสามวันก่อน และจากนั้นก็ได้ดูเรื่องต่อกันในวันถัดมา ก็เป็นความบังเอิญดีครับ
แม้งานจะเยอะนะครับช่วงนี้ แต่ผมก็ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้ครับผม เพราะพี่ Tim Burton ของผมแกลงมือกำกับเอง และแนวหนังมันก็แนวแกชัดๆ อ้ะ แฟนตาซีแบบโรคจิตหยั่งเงี้ย
หนังเรื่องนี้เคยเข้าฉายในโรงบ้านเราด้วยนะครับ และถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าคนดูส่วนมากจะไม่ค่อยชอบ ดูแล้วก็รู้สึกเฉยๆ นะครับ หนังเลยไม่ค่อยดังเท่าไหร่ ส่วนผมก็ดูหนังตอนออกเป็นวีดีโอแล้วน่ะครับ พอดูเสร็จก็ไม่มีอะไรมาก แค่ตามซื้อมาครอบครองในบัดดล
หลังจากภาคแรกโกยเงินแล้วนะครับ ทาง Warner Bros ก็อยากทำภาคต่อในทันที แต่ผู้กำกับ Joe Dante เจ้าเก่าก็บอกปัดไป เนื่องจากเขารู้สึกว่า “อิ่ม” กับเรื่องราวของเกรมลินส์ไปแล้ว เลยทำให้โปรเจคท์ภาคต่อเดินหน้าโดยไม่มี Dante และมีการทาบทามผู้กำกับมากหน้าหลายตนมาทำ ในขณะที่พล็อตก็มีหลายแบบ ตั้งแต่จับพวกเกรมลินส์ไปอาละวาดที่ลาสเวกัส ไปจนถึงให้มันบุกดาวอังคาร
แรนดัล เพลท์เซอร์ (Hoyt Axton) คือนักประดิษฐ์ผู้ชอบเดินทางไปขายของที่เขาคิดค้นขึ้นมาได้ ระหว่างการเดินทางครั้งหนึ่ง เขาได้แวะไปยังร้านขายของแปลกๆ แห่งหนึ่ง และสถานที่นั้นก็มีของประหลาดมากมาย แต่เขาเตะตาของอยู่ชิ้นหนึ่ง … ต้องบอกว่าตัวนึงถึงจะถูก มันคือ ม็อกไกว เจ้าตัวเล็กๆ ขนปุยที่น่ารักและน่าเลี้ยง เขาไม่รอช้าที่จะซื้อไปฝาก บิลลี่ (Zach Galligan) ลูกชายวัยรุ่นของเขา
ยอมรับเลยครับว่าตอนดูหนังไปได้ครึ่งเรื่อง ความคิดที่ผุดขึ้นในใจคือ “สงสัยเราจะไม่เขียนอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้แฮะ” เพราะรู้สึกเฉยๆ น่ะครับ ถ้าให้จำกัดความก็คงต้องบอกว่าไม่แนว ไม่รู้สึกปิ๊งปั๊งอะไรกับตัวหนังเท่าไร
หลังจากภาคที่แล้ว บริษัทโดนปิดไป เนื่องจากการปราบเจ้าโกเซอร์งวดก่อนมันถล่มเมืองไปเยอะครับ พวกนักปราบผีของเราเลยโดนฟ้งเรียกค่าเสียหายจนเจ๊งบ๊งกันไป แต่แล้ว 5 ปีต่อมาพวกเขาก็กลับมาอีกครั้ง เพราะเริ่มมีความชั่วร้ายก่อตัวขึ้นใต้กรุงนิวยอร์ค มันคือเมือกสีชมพูที่สามารถโต้ตอบอารมณ์ต่อคนได้ และสามารถทำให้คนคิดชั่วทำชั่วได้สารพัดหากไปสัมผัสมันเข้าล่ะ