แม้ว่านี่จะเป็นภาคสาม แต่ส่วนประกอบฉากหลัง โทนออกมาต่างจากสองภาคแรกโดยสิ้นเชิง ก็สองตอนแรกไปสืบคดีในโรงเรียนใช่ไหมครับ แต่ภาคนี้มาสืบคดีฆาตกรรม ซ้ำยังเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรมอีกด้วย
แม้ว่านี่จะเป็นภาคสาม แต่ส่วนประกอบฉากหลัง โทนออกมาต่างจากสองภาคแรกโดยสิ้นเชิง ก็สองตอนแรกไปสืบคดีในโรงเรียนใช่ไหมครับ แต่ภาคนี้มาสืบคดีฆาตกรรม ซ้ำยังเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรมอีกด้วย
ภาคต่อครับผม งานนี้นายตำรวจจอมระห่ำโจวซิงซิง (โจวซิงฉือ) ต้องกลับมาพิทักษ์โรงเรียนอีกครั้ง เมื่อขบวนการโจรก่อการร้ายหวังจะยึดโรงเรียนเพื่อก่อความไม่สงบ ซิงซิงก็ต้องหาทางยังยั้งรับมือมันก่อนจะต้องมีคนตายลงไป
โจวซิงฉือ กับยุครุ่งเรืองสมัยแรกนะครับ งานนี้แสดงเป็น โจวซิงซิง (สมัยก่อนตัวละครแกก็มีแค่ชื่อสองชื่อนี่แหละครับ โจวซิงจู่บ้าง โจวซิงซิง หรือไม่ก็อาซิงเฉยๆ) ตำรวจระห่ำที่ชอบลุยเดี่ยวครับ ทำให้เวลาไปเป็นทีมถล่มผู้ร้ายทีไร ก็พาลูกน้องไปเสียชีวิตทั้งกระบิ
อุ้ยเสี่ยวป้อ (โจวซิงฉือ) กลับมาอีกครั้ง หลังจากคราวก่อนจบลงแบบคาราคาซัง ภาคนี้ก็เป็นการสรุปปิดเรื่องนะครับ
หนังฮาเอาขำแหลกสมัยรุ่งเรืองใหม่ๆ ของเฮียโจวซิงฉือ ที่จับเอาเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อมายำตามสไตล์เฮียแกครับ
อีกหนึ่งผลงานจากค่าย Full Moon Entertainment ของ Charles Band นักสร้างหนังทุนต่ำที่ขยันทำหนังสไตล์เทคนิคสต็อปโมชั่นออกมาป้อนตลาด ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ยังทำอยู่ครับ ทั้งหนังใหม่ๆ แล้วก็สารพัดหนังภาคต่อจากผลงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่ามีชื่อพอสมควรตอนออกวีดีโอสมัยก่อน
เป็นการโคจรมาเจอกันอีกครั้งของ Paul Newman และผู้กำกับ George Roy Hill หลังจากร่วมงานกันจนดังระดับร้อยล้านมาแล้วใน Butch Cassidy and the Sundance Kid และ The Sting พวกเขาก็หันมาทำหนังตลกแนวจิกกัดวงการกีฬาฮ็อคกี้ครับ
ผมหลงเสน่ห์หนังเรื่องนี้เข้าอย่างจังครับ
Analyze That เป็นภาคต่อของ Analyze This ครับ
เป็นหนังตลกที่ผมเอามาดูซ้ำบ่อยมากครับ เพราะผมชอบหนังแนวมาเฟียแก๊งสเตอร์เป็นทุนเดิม แล้วเรื่องนี้ก็จับเอาเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียมาเล่าในแนวขำ และที่สำคัญคือมันออกมาขำได้ใจด้วย