เป็นเรื่องราวของ ฟงไสหยก หรือถ้าออกเสียงแต้จิ๋วก็จะเป็น ปึงซีเง็ก น่ะนะครับ โดย พี่หลี่เหลียนเจี๋ย มารับบทนี้ซึ่งก็มีทำออกมา 2 ภาคด้วยกัน
เป็นเรื่องราวของ ฟงไสหยก หรือถ้าออกเสียงแต้จิ๋วก็จะเป็น ปึงซีเง็ก น่ะนะครับ โดย พี่หลี่เหลียนเจี๋ย มารับบทนี้ซึ่งก็มีทำออกมา 2 ภาคด้วยกัน
ผู้ที่แย่งชิงอำนาจมาอย่างทุจริต ไร้ซึ่งจุดหมายเพื่อคนส่วนใหญ่ มักมีแต่รอยเลือด คราบน้ำตา และความอ้างว้างเป็นบทสรุปในปลายทาง!
ผมล่ะอยากรู้เป็นหนักหนาว่าทำไมหนังเรื่องนี้ปีนกระได Box Office ฮ่องกงแล้วทำเงินขึ้นอันดับหนึ่งประจำปีที่ออกฉายได้ ทั้งๆ ที่ดาราหน้าก็ไม่คุ้น (ในขณะนั้น) แต่พอดูแล้วบางอ้อก็มาจ่อตรงหน้าพอดี
หนังแอ็กชัน+ตลกผสมด้วยความรักกุ๊กกิ๊กของ 3 นักบู๊แห่งฮ่องกงครับ เรื่องมิตรภาพของ 3 หนุ่มที่ประกอบด้วย แจ็คกี้ (เฉินหลง) คือทนายมือดีล ลุค (หงจินเป่า) นักค้าของเถื่อนจอมกะล่อน และทิโมธี (หยวนเปียว) หัวขโมยมือเซียน
อย่าไปใส่ใจกับชื่อไทยนะครับ พอดีช่วงนั้นกระแสหนังเรื่อง “ใหญ่ฟัดโลก” หรือ Rumble in the Bronx ของเฮียเฉินหลงแกมาแรงมากๆ ครับ ดังข้ามปีทีเดียว เลยทำให้มีการตัดสินใจใส่ชื่อ “ใหญ่ฟัดโลก 2” ให้กับหนังเรื่องนี้ไปเลย… ว่าแต่ชื่อ “วิ่งสู้ฟัด” มันไม่ได้หรือไงหว่า
ถือเป็นภาคแยกที่แตกแขนงออกมาจากชุดวิ่งสู้ฟัดนะครับ หลังจากในวิ่งสู้ฟัด 3 หนังได้แนะนำให้คนดูรู้จักกับหยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) สาวแกร่งหัวหน้าหน่วยตำรวจสากลของจีน ที่จัดว่าฟัดเก่งฟัดมันส์ไม่แพ้เฉินกูกู๋เลย
เฉินหลง กลับมาบู๊เป็นคำรบ 3 ในบทเฉินกูกู๋ ตำรวจจอมลุย โดยคราวนี้เขาได้รับมอบหมายให้ไปร่วมงานกับตำรวจหญิงจากจีนนามว่า หยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) ภารกิจคือปลอมตัวแทรกซึมเข้าไปในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพื่อจะได้หาหลักฐานและจับหัวหน้าใหญ่ (Kenneth Tsang) ของขบวนการนี้มาลงโทษให้สาสม
ความสำเร็จถล่มทลายในภาคแรก (โกยไป 26 ล้านเหรียญฮ่องกง) ทำให้ภาค 2 ถือกำเนิดตามมาครับ โดย เฉินหลง กลับมารับบทนายตำรวจตงฉินจอมระห่ำนามว่า เฉินกูกู๋อีกครั้ง
หนังบู๊ระดับตำนานของเฉินหลงที่แม้จะเก่ากว่า 30 ปี แต่พอเอามาดูในตอนนี้ ดีกรีความมันส์ก็ไม่ลดลงเลยครับ สนุกมาก เพลินมาก ถึงเครื่องมากจริงๆ
หลินเจิ้นอิง อีกเช่นเคยครับ มาแสดงร่วมกับ เจิ้งจั๊ดซือ ในบทศิษย์พี่ศิษย์น้อง (ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก) ซึ่งเรื่องนี้การแต่งกายออกจะแปลกตามสักหน่อยนะครับ แต่งตัวเหมือนมองโกล ใส่เสื้อขนสัตว์