หนังแนวสร้างจากชีวิตจริงของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตานี่เป็นอะไรที่ผมโปรดมากอีกแนวหนึ่งครับ เพราะดูแล้วมันเพิ่มพลังใจให้เราก้าวเดินต่อไปในโลกใบนี้ (ที่มีทั้งวันฟ้าใสและวันฟ่้ามืด) ได้เสมอ
หนังแนวสร้างจากชีวิตจริงของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตานี่เป็นอะไรที่ผมโปรดมากอีกแนวหนึ่งครับ เพราะดูแล้วมันเพิ่มพลังใจให้เราก้าวเดินต่อไปในโลกใบนี้ (ที่มีทั้งวันฟ้าใสและวันฟ่้ามืด) ได้เสมอ
เหตุผลที่ผมอยากดูเรื่องนี้ก็เพราะดาราหน้าคุ้นอย่างเจิ้งเส้าชิว, เหลียงเจียเหยิน, หลินฟง และเจิ้งอี้เจี้ยนนำแสดง บวกด้วยผู้กำกับอย่าง Ronny Yu ที่เคยทำหนังอย่างนางพญาผมขาว หัวใจไม่ให้ใครบงการ แล้วก็โดดไปอเมริกากำกับ Bride of Chucky และ Freddy vs. Jason ก่อนจะกลับมากำกับจอมคนผงาดโลก (Fearless) ที่นับได้ว่าเป็นงานที่ดีที่สุดของเขา – ว่าง่ายๆ คือทีมงานดูเชิญชวนให้ชมครับ บวกด้วยเรื่องตระกูลหยางที่คุ้นเคยอีก งานนี้เลยต้องลองกันหน่อย
สารคดีที่พาเราย้อนอดีตไปดูประวัติศาสตร์เกี่ยวกับนักแสดงและศิลปินหญิงผิวสี 6 ท่านครับ อันได้แก่ Lena Horne, Abbey Lincoln, Nina Simone, Diahann Carroll, Cicely Tyson และ Pam Grier
ถ้าใครต้องการกำลังใจหรือพลังบวกเข้ากระแสเลือดแบบเร่งด่วน ผมขอแนะนำหนังเรื่องนีเลยครับ ดูแล้วใจฟูจริงๆ
ตามประวัติศาสตร์แล้ว ในช่วงปลายพระชนม์ชีพของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรนั้น มีการบันทึกว่าพระองค์ทรงเสียพระสติเป็นครั้งคราวซึ่งการแพทย์สมัยนั้นยังไม่สามารถอธิบายได้ แต่ในปัจจุบันเป็นที่เข้าใจกันว่าพระองค์ทรงเป็นโรคพอร์ฟิเรีย (Porphyria) ที่เกิดจากการได้รับสารพิษในปริมาณมากจนร่างกายและระบบประสาทเกิดปัญหา และหนังเรื่องนี้ก็จับเอาเหตุการณ์ช่วงนั้นมาบอกเล่าครับ
ได้ยินคำบ่นเกี่ยวกับหนัง Winchester มาพอสมควร แต่ก็คิดๆ อยู่แล้วล่ะครับว่าพอได้ดูจริงๆ ก็คงไม่รู้สึกแย่อะไรกับหนังมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณคำบ่นที่ทำให้เราพลอยลดความคาดหวังที่มีต่อหนังไปโดยปริยาย
เรื่องราวชีวิตของมหาเศรษฐีโฮเวิร์ด ฮิวจ์สนั้นมีคนจดๆ จ้องๆ จะเอามาทำเป็นหนังมานานมากๆ และที่เกือบจะเป็นรูปเป็นร่างก็นับได้ 7 ครั้งเป็นอย่างน้อย
ผมดู 80 for Brady ตอนเช้าวันจันทร์ระหว่างออกกำลังกายครับ และถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆ เพราะหนังมีความเป็น Feel Good ให้แรงบันดาลใจ ส่งให้ผมได้รับพลังบวกในวันแรกของสัปดาห์แบบเต็มๆ เลยครับ
The Electrical Life of Louis Wain นี่ดูแล้วได้กลิ่นอายคล้ายหนังของ Wes Anderson ครับ โทนเรื่องและการเล่าถือว่ามาทางเดียวกัน แต่ผู้กำกับ Will Sharpe ก็สามารถปรุงรสให้หนังมีสไตล์ในแบบของตัวเองอยู่พอตัว
Notre Dame on Fire หนังภัยพิบัติที่จับเอาเหตุการณ์ไฟไหม้มหาวิหารนอเทรอดามเมื่อปี 2019 มาบอกเล่าครับ กำกับโดย Jean-Jacques Annaud คนทำหนังชาวฝรั่งเศสที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานหลายสิบปี ผลงานมีชื่อก็อาทิ The Name of the Rose, The Bear (หมีเพื่อนเดอะ), The Lover, Seven Years in Tibet และ Enemy at the Gates