ออกตัวเลยครับว่าไม่เคยอ่านฉบับนิยายมาก่อน จึงไม่สามารถบอกเปรียบเทียบถึงความสนุกได้ และไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเกี่ยวกับหนังเลย (แต่ก็พอจะเดาได้น่ะครับว่านิยายคงสนุกกว่า ตามสูตรอยู่แล้ว)
ออกตัวเลยครับว่าไม่เคยอ่านฉบับนิยายมาก่อน จึงไม่สามารถบอกเปรียบเทียบถึงความสนุกได้ และไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเกี่ยวกับหนังเลย (แต่ก็พอจะเดาได้น่ะครับว่านิยายคงสนุกกว่า ตามสูตรอยู่แล้ว)
สำหรับผมแล้ว ภาคแรกถือว่าเรื่อยๆ ครับ คือดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ถึงกับติดใจโปรดปรานอะไร แม้ผมจะชอบหนังแฟนตาซีประมาณนี้และหลายอย่างในหนังจะดูไม่เลว และให้ความบันเทิงได้ระดับหนึ่งก็ตาม แต่โดยรวมแล้วหนังยังจับใจขนาดนั้น
ภาคแรกถือว่าดูเอามันส์ได้เพลินๆ ครับ มาภาคนี้ก็อีหรอบเดียวกัน คือดูเอาสนุก เอามันส์ เอาฮา แล้วก็ดูแสงสีกับ Effect ซึ่งถ้าใครชอบอะไรพวกนี้ล่ะก็ เต่านินจาภาคใหม่นี่ก็ตอบโจทย์เลยล่ะ
หนังบู๊ผจญภัยดูเอาเพลินของเฮียเฉินหลงครับ ก็ถ้าให้ว่าแบบอ้อมค้อมเลยก็คือหนังดูได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องคาดหวังอะไร เหมาะกับใครก็ตามที่อยากเพลินกับมุกฮาๆ กับลีลาบู๊แบบเฮียเฉินน่ะครับ
โดยหลักแล้วนี่ถือเป็น Sniper ภาคที่มีความสำคัญมากสำหรับซีรี่ส์นี้ครับ เพราะเป็นภาคแรกที่เหล่าตัวเอกสไนเปอร์มารวมตัวกันแบบครบทุกคน (แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน)
เรื่องนี้นิยามได้แบบไม่อ้อมค้อมเลยครับว่ามาสูตรเดียวกับ The Forbidden Kingdom แบบเด๊ะๆ (เพียงแต่จะไม่มีดาราใหญ่ระดับเฉินหลงหรือหลี่เหลียนเจี๋ยมาร่วมจอเท่านั้นแหละ)
เดินทางมาถึงภาค 5 แล้วครับสำหรับ Underworld
นอกจากหนัง Harry Potter ภาค 5 – 7.2 แล้วผมก็ยังไม่เคยได้สัมผัสฝีมือของผู้กำกับ David Yates อีกเลยครับ (รู้ว่าพี่แกเคยกำกับหนังทีวีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ชม)
เร็วทะลุเร็ว คือผลงานเรื่องสุดท้ายของคุณพันนา ฤทธิไกร ปรมาจารย์คิวบู๊แถวหน้าของบ้านเรา
จำได้ว่าประมาณปี 2537 ผมได้เจอกับหนังที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่เคยดูมา และประเด็นสำคัญคือผมดันชอบเอามากๆ ซะด้วย… หนังที่ว่าคือ มังกรหยก หยกก๊าหว่า