หนังภัยพิบัติสัญชาติเยอรมันครับ พล็อตว่าด้วยภูเขาไฟที่สร้างหายนะให้กับผู้คน
หนังภัยพิบัติสัญชาติเยอรมันครับ พล็อตว่าด้วยภูเขาไฟที่สร้างหายนะให้กับผู้คน
นี่คือยิปมันภาคเดอะ บีกินนิ่งครับ อำนวยการสร้างโดย Kwok Lam Sin หนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง Ip Man ภาคแรก (ฉบับ Donnie Yen) แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภาคแยกอย่างเป็นทางการ เพราะทีมงานคนอื่นๆ ที่ทำเรื่องนี้เป็นคนละชุดกับฉบับ Donnie Yen ครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากองค์ประกอบหลายๆ อย่าง รวมถึงสไตล์บางอย่างจะแตกต่างออกไป
ชื่อไทยของหนังเรื่องนี้ติดหูผมมานานครับ ฟังทีแรกก็สะดุดหูเลย แต่เพิ่งมามีโอกาสได้ดูก็หลังจากดู Ip Man ไปหลายภาคแล้ว ซึ่งผมก็มารู้ตอนดูนี่แหละว่า Wilson Yip แห่ง Ip Man เป็๋นคนกำกับ และพี่ Donnie Yen นอกจากเล่นนำแล้ว ยังเป็นคนกำกับคิวบู๊ด้วย
หนังแนวสัตวโลกน่ารักที่เนื้อเรื่องเนี่ยดูมีรายละเอียดพอตัวนะครับ เรื่องของจอห์น แซนเดอร์ส (Lou Diamond Phillips) อดีตช่างขุดเจาะน้ำมันที่เป็นหนี้ธนาคารและกำลังจะถูกยึดเรือไป แล้วทีนี้ภรรยาเก่าของเขา ดร.เคลลี่ เรย์มอนด์ (Kristy Swanson) กับหัวหน้าของเธอก็มาจ้างให้เขาไปทำงานขุดเจาะกลางแม่น้ำ ซึ่งจอห์นก็ต้องรับล่ะครับ เพื่อจะได้หาเงินไปจ่ายหนี้
หนึ่งในหนังแนวแม่สาวผิวเข้มทะลวงแค้นที่ถูกสร้างขึ้นมาในยุค 70 สมัยที่กระแส Blaxploitation (หนังที่นำแสดงโดยคนผิวสี) กำลังมาแรงครับ ตัวเอกของเรื่องคือ ฟ็อกซี่ บราวน์ (Pam Grier) สาวสุดแกร่งที่ตั้งใจเปิดศึกกับแก๊งมาเฟียที่อยู่เบื้องหลังการตายของแฟนเธอ
บิลลี่ “เฮอร์ริเคน” สมิธ (Carl Weathers) คนงานบริษัทน้ำมันต้องพบกับข่าวร้าย เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตและน้องสาวที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียยังหายตัวไปอีก เขาเลยเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อตามหาน้องครับ แล้วมันก็นำเขาไปเจอกับแก๊งค้ายาสุดโหด ซึ่งเขาก็ต้องชนกับพวกนั้นตามสูตรครับ
สำหรับผมแล้ว Deadpool คือหนังแนวพระเอกเกรียนที่มีพลังพิเศษออกล่าล้างแค้นแบบสุดซอย มากกว่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่แบบเดิมๆ (หรือหากจะมองว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่แนวใหม่ก็ได้เหมือนกันครับ แล้วแต่จะมอง)
ไซอิ๋วภาคนี้นี่กลายเป็นภาคที่ผมชอบที่สุดในบรรดา 3 ภาคที่สร้างกันมาครับ ยอมรับว่าคาดไม่ถึงเหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองน่าจะเฉยๆ นะ เพราะจำได้เลยว่าตอนดูไซอิ๋วฉบับเก่าๆ แล้วพอถึงตอนเมืองแม่ม่ายทีไร ผมจะรู้สึกเฉยๆ กับตอนนี้ทุกที มันรู้สึกเหมือนเป็นตอนเบาๆ+เอาฮาน่ะครับ ไม่ได้มีปีศาจให้ปราบ พล็อตไม่ได้ซับซ้อน ปมไม่ได้มากมาย สิ่งที่พวกพระถังต้องรับมือก็คือเหล่าสตรีในเมืองลับแลที่มากกฎเยอะกติกา แต่ละคนนี่ออกแนวหญิงเยอะจนบางทีก็อดรำคาญไม่ได้
จุดหนึ่งที่จัดว่าน่าเสียดายในภาคนี้คือการที่ Donnie Yen ไม่กลับมารับบทซุนหงอคง ซึ่งคนที่มารับบทแทนก็คือ กั๊วฟู่เฉิง (ที่ภาคก่อนเล่นเป็นปีศาจกระทิง) ที่แม้ว่าพี่แกจะแสดงได้ดีอยู่ แต่ในแง่แอ็กชันลีลากังฟูแล้ว ยังไงป๋า Donnie ก็พริ้วกว่าครับ
ปัญหาประการหนึ่งของหนังจีนยุค CG คือ ถ้าเรื่องไหนเน้น CG มากๆ ล่ะก็ เนื้อหาและความแน่นของเรื่องมักจะโดนลดบทบาทลงครับ ส่วนจะโดนลดมากจนไม่เหลือเลยหรือยังพอกล้อมแกล้มดูสนุกอยู่บ้าง ก็ต้องแล้วแต่กรณี