สารภาพแบบแมนๆ เลยว่า ไม่ได้หลับระหว่างดูหนังมานานหลายปีแล้วครับ แต่กับเรื่องนีนี่เอาไม่อยู่จริงๆ วูบหลับหลายรอบจนต้องเดินไปเอาน้ำลูบหน้า
สารภาพแบบแมนๆ เลยว่า ไม่ได้หลับระหว่างดูหนังมานานหลายปีแล้วครับ แต่กับเรื่องนีนี่เอาไม่อยู่จริงๆ วูบหลับหลายรอบจนต้องเดินไปเอาน้ำลูบหน้า
ว่าตามจริงผมชอบ Escape From New York มากกว่าครับ แม้จะไม่ได้มันส์อะไรมากแต่มันมีความกลมกล่อมสำหรับหนังผจญภัยในโลกอนาคตที่เสื่อมทราม มีความลงตัวพอดีในแง่การเดินเรื่อง ในขณะที่ Escape From L.A. นี่ ความลงตัวค่อนข้างน้อยกว่า การเดินเรื่องมีช่วงอืดช้าและในแง่ความมันส์ก็ยังไม่ถึงเครื่อง
ถือเป็นหนังแอ็กชันผจญภัยที่ทำออกมาได้ดีอีกเรื่องหนึ่งสำหรับสมัยนั้นครับ และเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจดจำของผู้กำกับ John Carpenter ด้วย
เกิดคดีฆาตกรรมหญิงสาวคนหนึ่งในบริษัทใหญ่กลางเมืองลอสแองเจลิส ทำให้จอห์น คอนเนอร์ (Sean Connery) และ เว็บสเตอร์ สมิธ (Wesley Snipes) 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกส่งมาเพื่อไขคดี
ภาคแรกทำเงินไปเกินความคาดหมายของผู้สร้าง ดังนั้นการสร้างภาคต่อก็เป็นของแน่นอนล่ะครับ
คิดอยู่พักหนึ่งว่าจะเขียนดีไหม แต่สุดท้ายก็บอกตัวเองว่าเขียนๆ ไปเถอะ 555 ซึ่งก็ต้องออกตัวก่อนว่าผมอาจมองไม่เหมือนคนอื่นเท่าไรนะครับ เพราะดูแล้วหนังเรื่องนี้กระแสดี คนชมเยอะ ซึ่งจริงๆ หนังมันก็มีดีนั่นแหละ เพียงแต่อาจไม่ใช่ทางของผม
ทาง WB และ DC ก็ไม่พลาดโอกาสที่จะทำเวอร์ชั่นการ์ตูนออกมาป้อนตลาดครับ อย่าง Batman นี่ทำออกมาทุกปี บางปีก็มากกว่า 1 ตอน ซึ่งหากมองในแง่คุณภาพแล้ว ก็ถือว่าไม่เลว
ยอมรับว่าผมไม่คุ้นกับซีรี่ส์ชุดนี้เลยครับ แม้จะเห็นมีฉายทาง Mono29 ก็เถอะ แต่มันไม่แนวจริงๆ สงสัยเลยวัยเลยมั้ง (555) เคยพยายามดูเอาขำ มันก็พอขำครับ แต่ก็ไม่ได้ติดหรืออยากติดตามอะไร
ในฐานะที่ผมเป็นติ่งพี่แบทมาตั้งแต่สมัยเพิ่งรู้จักวิธีใส่วีดีโอเข้าเครื่องเล่น ก็ขอจำกัดความเลยว่าหนังเรื่องนี้มันทำให้ผม “ขำจนต้องร้องขอชีวิต!!” เล่นมุกเกี่ยวกับแบทแมนได้สุดยอดเหลือจะเอ่ยเลยเชียว
การขับเคี่ยวระหว่าง Marvel กับ DC ดำเนินไปในทุกสนามครับ ไม่ว่าจะโรงใหญ่, จอเล็ก หรือแม้แต่การ์ตูนก็ยังนำเสนอออกมาในหลากรูปแบบเพื่อครองใจผู้ชมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้