สารภาพตามตรงว่ารู้สึกเฉยกับ Thunder Force มากครับ คือจริงๆ ก็พอเดาได้ตั้งแต่ดูตัวอย่างแล้วล่ะครับว่าน่าจะเฉย แต่ก็ยังตามดูเผื่อมันจะสนุกบ้างอะไรบ้าง แต่พอได้ดูนี่กราฟมันนิ่งจริงๆ
สารภาพตามตรงว่ารู้สึกเฉยกับ Thunder Force มากครับ คือจริงๆ ก็พอเดาได้ตั้งแต่ดูตัวอย่างแล้วล่ะครับว่าน่าจะเฉย แต่ก็ยังตามดูเผื่อมันจะสนุกบ้างอะไรบ้าง แต่พอได้ดูนี่กราฟมันนิ่งจริงๆ
พอดูจบแล้วอยากบอกทีมงานทุกคนเลยครับว่า “เฮ่อออออ… แค่นี้แหละจ้า ที่อยากได้ ขอบคุณมากๆ เลย”
สารภาพครับว่ากะไว้แล้วว่าผมน่าจะเฉยๆ กับหนังเรื่องนี้ เพราะไม่ว่าจะดูจากหน้าหนัง ดูจากตัวอย่าง และดูจากอะไรหลายๆ อย่างแล้วผมออกแนวเฉย และเมื่อดูแล้วก็เป็นไปตามนั้นครับ เฉยจริงๆ
ดูจบไปแล้วหนึ่งรอบครับ และคงต้องซ้ำอีกรอบในเวลาไม่นาน ถ้าถามว่าชอบไหม ก็ตอบได้ว่า “ผมชอบนะ” หนังจัดว่าสนุกดีแม้จะกินเวลา 4 ชั่วโมงก็เถอะ แต่หากใครที่ชื่นชอบเรื่องราวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของ DC ผมว่าหนังน่าจะคุ้มเวลาในการดูสำหรับท่านครับ
การดูหนังเรื่องนี้ทำให้ตระหนักเลยครับว่า ระหว่าง “การอยู่ไปวันๆ” กับ “การอยู่เพื่อใครสักคน” นั้น มันมีความแตกต่างกันเพียงไหน…
จัดเป็นหนังแอ็กชัน ผจญภัย บวกไซไฟที่ทำออกมาได้โอเคเลยครับ แม้ตัวหนังอาจจะไม่ถึงกับสุดยอดไปเสียทั้งหมด แต่ถ้าว่ากันโดยรวมล่ะก็ หนังจัดว่าตอบโจทย์ได้ทั้งความบันเทิงและยังมีพล็อตเชิงดราม่าผสมลงมาในระดับที่น่าพอใจทีเดียว
ใครคาดหวังว่าจะได้ดูหนังผจญภัยสไตล์ไซอิ๋วแบบที่หลังๆ เขาทำกันออกมาเยอะแยะมากมายหลายเวอร์ชั่นล่ะก็ ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่า เวอร์ชั่นนี้ไม่เน้นแอ็กชันหรืออภินิหาร แต่ไปเน้นดราม่าซะละมากกว่า
ตอนแรกๆ ก็แอบหวังไว้เหมือนกันนะครับ เพราะผู้สร้างเขาประกาศเลยว่านี่จะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่แนวใหม่ มาพร้อมความสยองสายดาร์ค แต่พอหนังเลื่อนแล้วเลื่อนเล่า (ไหนค่าย Fox ยังไปอยู่ใต้ร่มเงาของ Disney อีก) ก็เริ่มเห็นแววครับว่าสงสัยความน่ากลัวของหนังน่าจะไม่มากเท่าที่คาดไว้
เป็นหนังที่ตั้งชื่อไทยได้อล้าอลังมากครับ ประหนึ่งเป็นหนังว่าด้วยผู้ก่อการร้ายยึดเมืองแล้วตำรวจต้องมาปะฉะดะก่อนจะเผด็จศึกกัน แต่เอาเข้าจริงเนื้อหาไม่ได้ใหญ่เบอร์นั้นครับ
ตลอดการดูหนังเรื่องนี้ ในหัวผมจะมีคำๆ หนึ่งผุดขึ้นมาอยู่เป็นระยะๆ นั่นคือคำว่า “ผมเข้าใจนะ ผมเข้าใจ”