แม้นี่จะไม่ใช่หนังฆาตกรรม แต่ก็จัดเป็นหนังแนวสืบสวนเรื่องเยี่ยมจากฝีมือการกำกับระดับท็อปฟอร์มของ Brian De Palma เขานะครับ
แม้นี่จะไม่ใช่หนังฆาตกรรม แต่ก็จัดเป็นหนังแนวสืบสวนเรื่องเยี่ยมจากฝีมือการกำกับระดับท็อปฟอร์มของ Brian De Palma เขานะครับ
กับผลงานกำกับของ Brian De Palma เรื่องนี้ไม่ค่อยทำเงินเท่าไหร่ แล้วคนดูอีกหลายคนก็ไม่ชอบเท่าไหร่ด้วย แต่สำหรับผม นี่แหละหนังของ De Palma ขนานแท้ และดั้งเดิม
คราวก่อนหนังเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแนวสายลับมาสู่แนวสืบสวน มาภาคนี้ก็เปลี่ยนไปอีกแล้วครับ กลายเป็นบู๊เต็มตัว กำกับ โดย John Woo กับภารกิจของ อีธาน ฮันต์ (Tom Cruise) ที่ต้องไปหยุดยั้งแผนการแพร่เชื้อโรคร้ายของ ฌอน แอมโบรส (Dougray Scott) อดีตเจ้าหน้าที่ IMF ที่ผันตัวเองไปเป็นผู้ร้าย ซึ่งในครั้งนี้อีธานยังได้พบกับ เอ็นย่าห์ ฮอลล์ (Thandie Newton) อดีตแฟนสาวของฌอนผู้ซึ่งจะมารับหน้าที่เป็นนกต่อให้อีธานสามารถเข้าถึงตัวฌอน
และด้วยการที่ผู้กำกับ Brian De Palma แกทำหนังแนวฆาตกรรมมาจนชำนาญสุดๆ จึงไม่น่าแปลกใจครับ ที่เขาจะถูกเลือกให้มาทำ M:I กับเรื่องราวที่สร้างจากซีรี่ส์สุดฮิต แต่เนื้อหานี่ไปคนละทางกับในซีรี่ส์เลยครับ
เจมส์ เคลย์ตัน (Colin Farrell) โปรแกรมเมอร์มือดีที่วอลเตอร์ เบิร์ก (Al Pacino) เจ้าหน้าที่ CIA ระดับสูงเห็นแววความเก่ง จึงชักชวนให้มาร่วมฝึกโหดเพื่อจะได้เป็นยอดจารชนแห่ง CIA
ชี้แจงก่อนครับ นี่ไม่ใช่ Wars of […]
เรื่องราวว่าด้วยเหตุการณ์มนุษย์ต […]
จัดเป็นภาคผนวกของหนังชุด The Mummy ครับ ก็เป็นเรื่องราวของราชันย์แมงป่องตัวร้ายที่เราเห็นใน The Mummy Returns นั่นเอง และนี่ก็เป็นการขึ้นสู่บัลลังก์ของเขา ซึ่งในหนังเขายังเป็นเพียงชาวอัคเคเดียนธรรมดา นาม มัลไธอัส (The Rock) ที่ทำการต่อสู้เพื่อโค่นล้มทรราชย์ เมมนอน (Steven Brand) และต้องเจอกับราชครูข้างกายของเมมนอนอย่าง คาสแซนดร้า (Kelly Hu) อีกด้วย
ภาคต่อที่ยังสานต่อความมันส์ได้อย่างครบครันแบบไม่มีตกหล่น กับฉากแอ๊คชั่นที่อุดมสมบูรณ์สิ้นดี Effect กระจายและความลับที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยจากภาคที่แล้ว
หนังผจญภัยสุดมันส์ กับการเอา The Mummy ฉบับเก่ารีเมคใหม่ (ผมว่ามัน รีอิมเมจินมากกว่าครับ เพราะมันคนละแนวกับของเก่าโดยสิ้นเชิงเลย)