หมวดหมู่: Action

U.S. Marshals (1998) ยู.เอส. มาแชลล์ คนชนนรก

นี่คือภาคต่อของ The Fugitive ครับ … เปล่า ดร.คิมเบิ้ลแกไม่ได้โดนหาว่าไปฆ่าใครอีกหรอก แต่หนังจับเอาเรื่องของ แซมมวล เจอราร์ด (Tommy Lee Jones) ผู้ตรวจการสหรัฐที่กัดไม่ปล่อยคนเดิม ให้กลับมาเจอกับนักโทษหลบหนีรายใหม่ เขาผู้นั้นคือ มาร์ค เชอริแดน (Wesley Snipes) ชายผิวดำที่ต้องคดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ยูเอ็น ซึ่งแน่นอนว่าแซมก็ตามไม่หยุดล่ะครับ แต่ยิ่งที่แกตามเท่าไร ก็ยิ่งพบเงื่อนงำลึกลับในคดีนี้มากขึ้นเท่านั้น

The Fugitive (1993) เดอะ ฟูจิทิฟ ขึ้นทำเนียบจับตาย

จากซีรี่ส์สุดฮิตในช่วงปี 1963 – 1967 มาสู่จอใหญ่กับเรื่องราวที่ยังคงความเยี่ยม Harrison Ford รับบท ดร.ริชาร์ด คิมเบิ้ล คุณหมอผู้ถูกหาว่าฆาตกรรมภรรยาตัวเอง แต่เขาไม่ได้ทำ เขาจึงต้องหลบหนีไปพร้อมๆ กับสืบหาความจริง

Phone Booth (2002) โฟนบูธ วิกฤติโทรศัพท์สะท้านเมือง

เรื่องนี้ก็มันส์พะยะค่ะครับ เป็นการกลับมาที่โอเคมากของผู้กำกับ Joel Schumacher ที่หลังจากพี่แกทำ Batman & Robin ออกมาได้ไม่ดีนัก ก็แทบจะหมดอนาคตไปเลยครับ จนเรื่องนี้นี่แหละ ที่เขากลับมาคืนฟอร์มซะที

Clear and Present Danger (1994) แผนอันตรายข้ามโลก

Harrison Ford กลับมารับบท แจ๊ค ไรอันอีกครั้ง ในหนังตอนที่ 3 ของชุดนี้ กับภารกิจการสืบสวนคดีฆาตกรรมซึ่งเป็นครอบครัวนักธุรกิจรายใหญ่ของอเมริกา ทั้งหมดถูกฆ่าขณะกำลังเที่ยวกลางมหาสมุทรอยู่ และพอดีที่เขาเป็นเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ (Donald Moffat) ด้วย

Patriot Games (1992) เกมอำมหิตข้ามโลก

พอ The Hunt For Red October ดัง โกยเงินไปเป็นร้อยล้าน ภาคสองก็เริ่มเดินเรื่องต่อทันทีครับ ซึ่งครั้งนี้แจ๊ค ไรอัน (Harrison Ford) ได้ไปขัดขวางการก่อการร้ายของพวกกองโจรไออาร์เอเข้า และเหตุการณ์นั้นทำให้ ฌอน มิลเลอร์ (Sean Bean) หนึ่งในทีมผู้ร้ายต้องสูญเสียน้องชายไป จึงทำให้ฌอนผูกใจเจ็บและพร้อมจะแก้แค้นแจ๊ค ไรอันทุกวิถีทาง ไม่เว้นแม้แต่ทำร้ายครอบครัวของแจ๊คด้วย

The Hunt for Red October (1990) ล่าตุลาแดง

นี่คือหนังที่สร้างจากนิยายของ Tom Clancy นักเขียนผู้เก่งฉกาจมากๆ สำหรับนิยายแนวทริลเลอร์ – แอ๊คชั่น+การเมืองน่ะนะครับ และเขาก็ได้สร้างตัวละครที่ชื่อว่า แจ๊ค ไรอัน (หรือชื่อเต็มว่า จอห์น แพทริค ไรอัน) ขึ้นมา ซึ่งแจ๊คก็เป็นเจ้าหน้าที่นักวิเคราะห์แห่งซีไอเอที่ต้องมารับมือกับ สถานการณ์ตึงเครียดที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหตุการณ์ระหว่างประเทศที่สามารถจุดชนวนสงครามโลกเอาได้ ง่ายๆ เลยทีเดียว เรื่องราวแต่ละตอนก็เข้มข้นทั้งนั้นครับ เพียงแค่จะมากน้อยแตกต่างกันไป