หมวดหมู่: Action

Cobra (1986) คอบบร้า

มาต่อกันด้วยหนัง Action สไตล์พี่ Sylvester Stallone นะครับ ซึ่งที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ก็ต้องย้อนไปเมื่อปี 1984 ตอนนั้นทาง Paramount Pictures ได้ทาบทามพี่สไลให้ไปเล่นเป็นพระเอกในหนังเรื่อง Beverly Hills Cop (เรื่องเดียวกับที่ Eddie Murphy เล่นจนดังนั้นแหละครับ) ซึ่งตอนแรกก็มีการเซ็นต์สัญญากันอย่างดี แล้วพี่สไลก็ขอทีมงานในการดัดแปลงบทภาพยนตร์เองตามใจชอบ

Rocky V : The Final Bell (1990) ร็อคกี้ 5 หัวใจไม่ยอมสยบ

ตอนก่อนๆ ถ้าท่านอ่านกันน่ะนะครับ จะเห็นว่าผมชมในเรื่องการเขียนบทของพี่ Sylvester Stallone ในภาคแรกนั้น บทหนังมันสมบูรณ์ครับ เรียบง่ายแต่สมบูรณ์ ส่วนภาคสองก็ป็นส่วนเสริมจากภาคแรก พอมาภาคสามพี่แกก็ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนแนวให้กับหนังโดยเพิ่มความมันส์ลงไป พอมาภาคสี่แกก็ผูกเรื่องจากภาคสามมาสร้างเงื่อนไขทางอารมณ์ให้กับคนดู ซึ่งถ้าดูจากสี่ภาคแรกนี่ ยอมรับว่าแกก็มีฝีมือนะครับ

แต่พอมาภาคห้าเท่านั้นแหละ ผมถึงแก่ความงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สไลเนี่ย

Rocky IV (1985) ร็อคกี้ 4 ขยี้หมียักษ์

เรื่องราวในภาคนี้ก็ต่อเนื่องจากตอนก่อนนะครับ เมื่อร็อคกี้ (Sylvester Stallone) กับอพอลโล (Carl Weathers) ได้กลายเป็นเพื่อนซี้กันไปแล้ว พวกเขาก็ออกงานร่วมกันอยู่เสมอๆ แต่แล้วในการชกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นแมทช์ระหว่างอพอลโล กับ อิวาน ดราโก้ (Dolph Lundgren) นักชกหมัดเหล็กไหลจากรัสเซีย ปรากฏว่าการชกครั้งนี้ส่งผลให้อพอลโลเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ทำให้ร็อคกี้ต้องคืนสังเวียนอีกครั้งในการประลองหมัดกับอิวาน และครั้งนี้ ร็อคกี้ต้องเดินทางไปยังดินแดนหมีขาวเพื่อล้างแค้นให้อพอลโลครับ

Rocky III (1982) ร็อคกี้ 3 ตอน กระชากมงกุฏ

แม้ภาคที่แล้วจะประสบความสำเร็จไปพอประมาณ แต่ก็ยังนับว่าน้อยกว่าภาคแรกนะครับ และแนวหนังมันก็เริ่มย่ำวนอยู่กับที่แล้วด้วย ซึ่งดูท่าว่า Sylvester Stallone จะเล็งเห็นในเรื่องนี้เหมือนกัน ทีนี้พอเขาคิดจะทำตอนต่อ เขาเลยจัดการเขียนบทในแนวเรื่องใหม่ นั่นคือจับเรื่องเป็นแนวบู๊เต็มตัวครับ เพื่อทำให้เรื่องร็อคกี้มันแปลกใหม่ขึ้น คนดูจะได้กลับมาดูมากขึ้นอะไรทำนองนั้นน่ะนะครับ และนั่นก็เป็นการกระทำที่ถูกต้องทีเดียว

Rocky (1976) ร็อคกี้

มันก็จริงนะครับที่หลังๆ มานี่ผลงานของพี่ Sylvester Stallone จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จและไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ แต่ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่ยังบ้าดูผลงานของพี่แกอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าคนจะด่ายังไงก็เหอะ ซึ่งคนละเหตุผลกับที่ผมบ้าดูหนังของพี่ Steven Seagal นะครับ ขานั้นน่ะผมดูเอาฮามากกว่า แต่การที่ผมยังดูหนังของพี่สไลอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็เพราะหนังเรื่องนี้นี่แหละ

Spider-Man: Homecoming (2017) สไปเดอร์แมน โฮมคัมมิ่ง

กลับมาหนนี้ถือว่าเข้าเป้าและเวิร์กมากๆ เลยล่ะครับ พูดได้เต็มปากว่าผมชอบแบบที่เคยชอบ Spider-Man 2 ภาคแรก (อาจจะชอบในคนละแบบ แต่หากสรุปคะแนนในใจก็คือชอบไม่น้อยไปกว่ากัน) ถือเป็นการรีบูทใหม่ที่ประสบความสำเร็จเลยล่ะครับ เพราะหนังดูสนุก เพลิน ลงตัวในแบบของมัน

A Good Day to Die Hard (2013) วันดีมหาวินาศ คนอึดตายยาก

Die Hard ภาคนี้ถือว่าจัดเต็มสำหรับองค์ประกอบเรียกลูกค้าหนังแอ็กชันบู๊ล้างผลาญ ตั้งแต่ต้นตำนานจอมผิดที่ผิดเวลา จอห์น แม็คเคลน (Bruce Willis) ที่ไปไหนก็เกิดเรื่องทุกที ขนาดอยู่ดีๆ เรื่องก็ยังพุ่งมาหาเลย ตามด้วยกระสุนปลิวว่อน ระเบิดไม่ยั้ง ตึกถล่ม กระจกกระจาย ขับรถไล่ล่าจนถนนพังยับ ลูกน้องตัวร้ายที่ขนมาเป็นโหล เฮลิคอปเตอร์ลุกเป็นไฟ และตัวร้ายที่มาพร้อมแผนระดับบิ๊ก

มันน่าจะมันส์นะ… แต่ไหงไม่มันส์เลย!

Die Hard 4.0 (2007) ดาย ฮาร์ด 4.0 ปลุกอึด ตายยาก

ลังจากคั่วมานานแสนนานสำหรับภาคที่สี่ของ Die Hard ก็รอกันมานานพอดูนะครับ เพราะมันมีโปรแกรมว่าจะสร้างมาตั้งแต่ภาคสามดังใหม่ๆ แล้วล่ะครับ ว่ากันว่าภาคที่สี่จะชื่อว่า Die Hard 4: Tear of the Sun ซึ่งจะให้ตัวร้ายเป็นชาวญี่ปุ่นมาก่อการในประเทศอเมริกา

Die Hard With a Vengeance (1995) ไดฮาร์ด 3 แค้นได้ก็ตายยาก

บอกตรงๆ ว่าพอคว้าหนังชุด Die Hard มาดูต่อกัน 3 ภาครวดแล้วมันเหนื่อยยังไงก็ไม่ทราบนะครับ ยิ่งดูภาคนี้นี่เหนื่อยโคตรๆ เพราะคราวนี้พี่จอห์น แมคเคลน (Bruce Willis) แกไม่ได้พักเลยน่ะฮะ วิ่งทั่วนิวยอร์คจนสงสัยว่าพี่แกไปอัดยาบ้ามารึเปล่า ถึงได้คึกเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้