เป็นอีกหนึ่งในโปรเจคท์ที่ผมงงเหมือนกันตอนทราบชื่อคนกำกับ เพราะนี่มันหนังไซไฟ ผจญภัยในอวกาศ แต่ชื่อผู้กำกับดันเป็น Brian De Palma
เป็นอีกหนึ่งในโปรเจคท์ที่ผมงงเหมือนกันตอนทราบชื่อคนกำกับ เพราะนี่มันหนังไซไฟ ผจญภัยในอวกาศ แต่ชื่อผู้กำกับดันเป็น Brian De Palma
รู้ไหมครับว่าผมอยากจะแนะนำหนังโรแมนติกซักเรื่องจริงๆ แต่พอลองนึกๆๆ ก็มีแต่ชื่อหนังแอ๊คชั่น ไม่ก็สืบสวนหรือไม่ก็สยองผาดโผนเข้ามาในหัวซะเยอะเชียว อีกอย่างวันนี้ต้องทำเวลาหน่อยครับ นอนดึกมากไม่ได้ เลยเอาน่ะ แนะนำซักเรื่องไม่ยาวนัก ก็เลยขอเอาหนังสืบสวนของปู่ Clint เรื่องนี้มาแก้ขัดไปก่อนแล้วกัน
ทฤษฎีการหยุดเวลาถูกเอามาเล่นอีกครั้งครับ คราวนี้เป็นเรื่องของแซ็ค กิบบ์ส (Jesse Bradford) เด็กหนุ่มหัวรั้นที่ได้พบกับนาฬิกาไฮเปอร์ไทม์ สิ่งประดิษฐ์ของดร.เอิร์ล ดอฟเลอร์ (French Stewart) เข้าโดยบังเอิญ เขาก็ใช้มันทำเรื่องสนุกๆ ในแบบของเขาเองสารพัดล่ะครับ ซึ่งจุดหมายสำคัญคือใช้มันในการเอาชนะใจสาวนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเวเนซูเอล่าที่แสนจะน่ารัก ที่ชื่อว่าฟรานเชสก้า (Paula Garcés) อีกต่างหาก
ปิดท้ายไตรภาค ด้วยการกลับมากันครบทีมทั้งออสติน พาวเวอร์ สายลับเทพบุตรนานาชาติ, ดร.อีวิล จอมวายร้ายที่หมายครองโลก, แฟต บัสตาร์ท ไอ้อ้วนจอมถ่อย (Mike Myers ทั้งสิ้น) มาตีกันเป็นหนสุดท้าย ครั้งนี้ ดร.อีวิลนอกจากจะหิ้วเอา มินิ มี (Verne Troyer) กลับมาด้วยแล้ว เขายังตามเอา โกลด์เมมเบอร์ (Mike Myers นั่นแหละ จะใครซะอีกเล่า) อาชญาการแห่งยุค 1975 กลับมาก่อการทลายโลกในยุคปัจจุบัน
ภาคนี้ออสติน พาวเวอร์และดร.อีวิล ยังต้องมาตีกันต่อไป (Mike Myers รับบททั้งคู่) แต่คราวนี้พวกเขาก็ย้อนเวลาไปตีกันในยุค 60 ครับ เพราะดร.อีวิลย้อนเวลาไปขโมยโมโจของออสติน ออสตินเลยต้องไปตามคืน (โมโจ คือ ขุมพลังแห่งเซ็กซ์ครับ เออ หมกมุ่นจังพี่)
ออสติน พาวเวอร์ส (Mike Myers) คือมหาบุรุษสายลับนานาชาติแห่งยุค 60 เขาเก่ง เขาหล่อและมีเสน่ห์ (อย่างน้อยเขาก็คิดเช่นนั้น) แต่จากภารกิจล่าสุด เขากลับไม่สามารถจับตัว ดร.อีวิล (Mike Myers) วายร้ายคู่อาฆาตตลอดกาลของเขาได้ เพราะมันได้แช่แข็งตัวเองไปอยู่บนอวกาศ และมันจะกลับมาอีกครั้งในปี 1997 ออสตินจึงลงทุนยอมแช่แข็งตัวเอง
รอหลายปีกว่าภาคต่อจะได้คลอดออกมา ตัวผมเองนั้นชอบภาคแรกนะครับ มันสนุกดี ดูเพลินมีจะไม่มีสาระอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นแค่หนังโชว์สตั้นท์ก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็เพลินตาใช้ได้ ทีนี้พอได้ดู Trailer ก็ถือว่าตัดออกมาสนุกและน่าจะฮามากขึ้น อีกทั้งทีมงานที่มาทำก็ชุดเดิมซะเป็นส่วนมากไม่ว่าจะดาราหรือผู้กำกับ อีแบบนี้จะไมได้หวังว่ามันสนุกได้ยังไงล่ะครับ
นี่ก็เป็นหนังแอ๊คชั่นเอามันส์เก่าๆ อีกเรื่องนึงครับ แต่ก็ถือว่าพอตอบสนองความมันส์ให้คอหนังแนวนี้ได้ไม่เลวเลยครับ อีกอย่างชื่อชั้นดาราก็ถือว่าดึงดูดอยู่พอสมควร
สำหรับผม Starship Troopers เป็นหนังแอ็กชันไซไฟที่ดูได้เพลินมาก เอามันส์แบบเต็มๆ เราจะได้เห็นเหล่าตัวเอกแบกปืนไปยิงกระสุนซัดแมลงยักษ์ตัวร้ายจากนอกโลก ซึ่งถ้าพูดถึงความมันส์แล้วผมว่าหนังตอบสนองให้เราได้แบบไม่ผิดหวังเลยครับ ยิงกัน สู้กัน หนีกัน มีอะไรให้ลุ้นตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เพียงแต่มันอาจไม่ใช่หนังบู๊ที่มีอะไรลึกซึ้งมากมายเท่านั้นเอง
นี่คือหนังเรื่องแรกภายใต้การสร้างของค่าย Dreamworks นะครับ จำได้ว่าตอนเข้าโรงผมไม่ได้ไปดูเนื่องจากเพื่อนๆ มาเล่าคร่าวๆ ว่ามันไม่สนุกอย่างที่คิด ครั้นพอวีดีโอออกผมก็หามาดู และเกิดชอบขึ้นมาจนต้องซื้อเก็บ (ผมจึงชอบบอกเสมอว่าความชอบของคนต่างกัน หนังที่คนอื่นว่าไม่ดีเราอาจว่ามันดีก็ได้ เป็นเรื่องธรรมดาอย่างหนึ่ง )