หมวดหมู่: Action

Prince of Persia: The Sands of Time (2010) เจ้าชายแห่งเปอร์เซีย มหาสงครามทะเลทรายแห่งกาลเวลา

เกม Prince of Persia นี่ถือเป็นอะไรในความทรงจำ เล่นตั้งแต่ภาคแรกๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์สมัย Window ยังไม่ถือกำเนิด สียังมีไม่กี่เฉด เราจะได้เห็นเจ้าชายแกเดิน วิ่ง โดดไปตามทางแคบๆ เพื่อหาทางออก บางทีก็ตกเหว บางทีก็โดนเหล็กพุ่งขึ้นมาแทง พร้อมส่งเสียงร้อง “เอื้อ!!!” ตอนเหล็กเสียบเข้าเนื้อ (“เอื้อ” นี่คือผมร้องนะครับ ในเกมไม่มี 555)

National Treasure (2004) ปฏิบัติการเดือด ล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก

National Treasure ถือเป็นหนังล่าสมบัติที่ดูสนุกกำลังดีครับ มีแอ็กชั่น ผสมผจญภัย บวกด้วยการไขปริศนาตามร่องรอยขุมทรัพย์ องค์ประกอบต่างๆ จัดว่าพอเหมาะจริงๆ

The Concorde… Airport ’79 (1979) คองคอร์ด เที่ยวบินมฤตยู 79

ภาคนี้จับเอาเครื่องบินคองคอร์ดที่กำลังโด่งดังในสมัยนั้นมาเป็นพาหนะเกิดเหตุครับ โดยพล็อตจริงๆ ไม่เชิงเป็นหนังภัยพิบัติ แต่เป็นแนวแอ็กชันระทึกขวัญมากกว่า

Airport ’77 (1977) มหาภัย 747

ภาคที่ 3 ของหนังชุด Airport นะครับ คราวนี้เหตุมาเกิดบนเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งของมหาเศรษฐีฟิลลิป สตีเวนส์ (James Stewart) ที่มีทั้งผู้โดยสารและงานศิลปะล้ำค่า แล้วทีนี้ก็มีโจร 2 คนวางแผนปลอมตัวขึ้นไปบนเครื่อง ก่อนจะปล่อยแก๊สสลบให้คนทั้งเครื่องหลับ จากนั้นก็กะจะจอดเครื่องทิ้งไว้บนเกาะรกร้าง ก่อนจะขนงานศิลปะออกจากเครื่องและหลบหนีไป

Airport 1975 (1974) เที่ยวบินมฤตยู ภาค 2

หลังจากความสำเร็จระดับ $100 ล้านในภาคแรก (ถ้าตีเป็นค่าตั๋วและค่าเงินปัจจุบัน จะมูลค่าเท่ากับ $530 ล้านโดยประมาณ) และช่วงยุค 70 นั้นหนังแนวภัยพิบัติกำลังมาแรง ทำให้การทำภาคต่อเป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดเลยครับ ต้องทำออกมาแน่นอน

Escape Plan (2013) แหกคุกมหาประลัย

ก็ได้ยินกิตติศัพท์ว่าเป็นหนังที่ดูสนุกเข้าท่าของ 2 ดาราขาบู๊ที่สังขารและความดังเริ่มโรยลงทุกวัน โดย Sylvester Stallone รับบทเรย์ เบรสลิน นักแหกคุกตัวกลั่นที่โดนฮ็อบส์ (Jim Caviezel) พัสดุแห่งคุกที่แสนลึกลับจับตัวไปขังไว้ในคุกที่มีการระวังป้องกันสูง อีกทั้งทันสมัยใหม่สุด เรียกว่ากะจะขังเรย์ให้ตายไปเลย แต่ที่คุกแห่งนั้นเรย์ก็ได้พบกับร็อทเมเยอร์ (Arnold Schwarzenegger) คนคุกที่ดูจะทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ซึ่งในเวลาต่อมาพวกเขาก็จะช่วยกันหาทางออกไปจากคุกนรกนี้ให้จงได้

Paycheck (2003) แกะรอยอดีต ล่าปมปริศนา

เรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดบนดินแดนฮอลลีวู้ดผู้กำกับ John Woo ซึ่งก็น่าจะเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาทำให้กับที่นั่นด้วย (ยกเว้นเขาจะกลับไปอีก แต่ก็ดูเหมือนพี่ท่านจะกลับมาเอเชียแบบค่อนข้างถาวรแล้วตอนนี้) ซึ่งตัวหนังก็ไม่ถึงกับประสบความสำเร็จนักในแง่รายได้ครับ ลงทุน $60 ล้าน ได้คืนมา $96 ล้านจากทั่วโลก ก็พอได้ทุนบ้าง คนดูส่วนมากก็มีทั้งที่ชอบและเฉยๆ ก็ว่ากันไปน่ะนะครับ