Non-Stop อาจไม่ใช่หนังสดใหม่ ดูแล้วชวนให้นึกถึง Executive Decision, Passenger 57, Air Force One และ Flight Plan แต่ถ้าถามว่ามันส์ไหม? ก็ตอบได้เต็มปากว่า “มันส์”
Non-Stop อาจไม่ใช่หนังสดใหม่ ดูแล้วชวนให้นึกถึง Executive Decision, Passenger 57, Air Force One และ Flight Plan แต่ถ้าถามว่ามันส์ไหม? ก็ตอบได้เต็มปากว่า “มันส์”
หนังผจญภัยแนวฟันดาบสมัยเก่าครับ ว่าด้วยเรื่องของ เจสัน (Keith Michell) ทายาทตระกูลเศรษฐีที่โดนขับไล่ออกจากบ้าน พอโตขึ้นเขาก็เลยกลับมาเพื่อทวงสิทธิ์อันชอบธรรม แต่ก็โดนลูกพี่ลูกน้องวายร้ายอย่าง โทมัส (Peter Arne) วางแผนขัดขวาง โดยตามพรรคพวกมาเพื่อหาทางฆ่าเจสัน
รู้ไหมครับว่าต่อให้เอา เลือด ในหนัง ศุกร์ 13, นิ้วเขมือบ, Halloween, แค้นฝังหุ่น และ Scream มารวมกัน มันยังไม่เยอะเท่า เลือด ที่ได้เห็นในหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเลย!
เป็นสูตรหนังรักสไตล์เก่าๆ ที่สองนักข่าวที่ไม่กินเส้นกันต้องมาร่วมสืบคดีที่คอขาดบาดตายด้วยกัน แล้วระหว่างนั้นก็ค่อยๆ เกิดความประทับใจต่อกัน แล้วก็ต้องหาทางไขคดีเพื่อเอาข่าวไปลง และเพื่อเอาชีวิตให้รอดด้วยไปในตัว
ถือเป็นหนังแดร็กคูล่าลำดับที่ 9 ในบรรดาหนังชุด Dracula เวอร์ชั่น Hammer Films ซึ่งมีเนื้อหาออกทะเลใช้ได้เลยครับ เรียกว่าเป็นภาคที่ได้รับการกล่าวขวัญมากว่าออกแนวเลอะๆ
ใครคิดว่าหนังจะออกแนวบ้าบอฮาแตกเพียวๆ เห็นทีจะต้องปรับจูนการรับรู้ให้ตรงกันซะก่อนเลยนะครับ ผมอยากเรียกว่านี่เป็นหนังเบาสมองประเภทยำใหญ่กัดฮอลลีวู้ดมากกว่า เพราะมันไม่ใช่หนังประเภทมุกตลกเจ็บตัว หรือเอามุกมาชนมุกให้จบเป็นฉากๆ แล้วจบ แต่มันเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่อง มีทิศทางจริงจังมากเรื่องหนึ่ง
โดยส่วนตัวนะครับ นายบรูซ (Masi Oka) กับ ลอยด์ (Nate Torrence) สองนักประดิษฐ์จอมเป๋อจากหนัง Get Smart เนี่ย เป็นคู่หูที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ Oka นี่ผมชอบมากจากบทฮิโร่ในซีรี่ส์ Heroes ทั้งบรูซกับลอยด์นี่น่าจะเป็นตัวสร้างเสียงฮาได้ดีล่ะครับ ปกติบทแบบนี้มาเพื่อขโมยซีนอยู่แล้ว แต่ตอนผมดูพวกเขาปรากฏตัวในหนังก็รู้สึกว่ามันยังฮาไม่เต็มที่ ยังบ้าไม่สุดๆ เลยอดเสียดายไม่ได้
คราวนี้พลพรรคลูกๆ ทั้ง 5 ของบัดดี้มีเหตุให้ต้องไปผจญภัยในอวกาศครับ คนดูอย่างเราๆ เลยมีหน้าที่นั่งดูนั่งลุ้น ดูซิว่าเหล่าหมาๆ จอมซนจะพาตัวเองกลับสู่พื้นโลกได้หรือไม่
หลังจากภาคที่แล้วผูกเรื่องไปนอกโลกจนคนดูบ่นกันขรม (ขนาดผู้กำกับยังไม่อยากยอมรับหนังตัวเอง) Highlander III: The Sorcerer ก็กลับมาสานต่อตำนานโดยลืมเรื่องราวในภาค 2 ไปเลยครับ
ภาคแรกดังเลยมีการทำภาคต่อชื่อ Highlander II: The Quickening ออกมา แต่ผลลัพธ์ที่ได้เป็นคนละเรื่องกับภาคที่แล้วเลยครับ