หลินเสี่ยวโหลว นักแสดงขาประจำแห่งหนังว่าด้วยเด็กลูกท้อกลับมาอีกครั้งในเรื่องราวใหม่ครับ
หลินเสี่ยวโหลว นักแสดงขาประจำแห่งหนังว่าด้วยเด็กลูกท้อกลับมาอีกครั้งในเรื่องราวใหม่ครับ
เด็กลูกท้อพันธุ์เทพกลับมาอีกครั้งครับ (นำแสดงโดย หลินเสี่ยวโหลว เช่นเดิม) ครั้งนี้เขาต้องเจอกับจอมมารอีกตนที่มีความอำมหิตโหดเหี้ยม มันใช้เลือดเด็กผู้บริสูทธิ์ไปเพิ่มพลังให้ตนเอง และยังสั่งให้ลูกน้องมันตามหาโสมพันปีมาเสื่อมพลังให้มันอีกด้วย ทำให้เด็กลูกท้อและ 3 เทพผู้พิทักษ์แห่งสวนดอกท้อต้องออกเดินทางปราบมาร
ที่ยอดเขาสูงสุดของโลก มีดินแดนแห่งเทพที่เรียกกันว่า สวนดอกท้อ ที่นั่นมีเทพคู่หนึ่งอาศัยอยู่ พวกเขามีลูกน้อยน่ารักด้วยกัน และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรื่อยมา แต่แล้ววันหนึ่งพญามารผู้ชั่วร้ายก็ได้บุกขึ้นมาและแย่งชิงมหาศาสตราดาบสุริยัน สุดยอดอาวุธไร้เทียมทานไปเป็นของตน ซ้ำยังสังหารเทพทั้งสอง โชคยังดีที่เด็กน้อยรอดมาได้โดยการหนีมาด้วยลูกท้อ
พูดได้แบบเต็มปากเต็มคำว่าชอบ The Purge: Anarchy เป็นยิ่งนัก
ว่าแบบเนื้อๆ เน้นๆ เลยนะครับ ผมชอบงาน Effect ของหนัง Green Lantern มากๆ เพราะสีมันสด ชุดดูเด่นเรืองรอง แม้จะไม่ได้แปลกใหม่แต่ลงตัว พวก Effect พลัง, ฉากระเบิดบึ้ม, มิติของกรีน แลนเทิร์น หรือตัวบอสใหญ่แสนอลังตอนท้าย พวกนี้เวิร์กดีเลยครับ
หนึ่งในหนังมันส์สะใจของ Arnold Schwarzenegger ครับ บอกได้ตรงนี้เลยว่าสนุกมาก ดูเพลินมาก ถ้าท่านเป็นคอหนังแอ็กชันระทึกขวัญนิดๆ และมีฉากหลังเป็นโลกอนาคตล่ะก็ ขอแนะนำให้หามาดูเลยครับ
Don ‘The Dragon’ Wilson กลับมารับบทนำเช่นเคยครับ และบทก็คนละตัวละครกับภาคก่อนๆ เช่นเคย คราวนี้เขามาเป็นนายทหารนามว่า นิค คอร์ริแกน ที่มีหน้าที่ตรวจสอบฐานปล่อยจรวดนิวเคลียร์ แต่พอดีว่าฐานล่าสุดที่พี่แกไปตรวจนั้นโดนยึดโดยผู้ก่อการร้ายครับ เขาเลยต้องจัดการถล่มพวกมันตามระเบียบ
หาดูต่อจนได้ครับสำหรับหนังชุด Bloodfist ที่อำนวยการสร้างโดย Roger Corman ราชาแห่งหนังเกรดบี และนำแสดงโดย Don ‘The Dragon’ Wilson เจ้าของตำแหน่งแชมป์คิกบ็อกซิ่งระดับโลก (World Kickboxing Champion) ที่เป็นพระเอกทุกภาค แต่จะเป็นคนละตัวละครครับ เหมือนใช้ชื่อเดิม พระเอกเดิม แต่เนื้อหาจริงๆ น่ะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภาคที่แล้ว ยกเว้นเป็นหนังต่อยตีมีตื้บเหมือนๆ กันเท่านั้นเอง
การดูหนังชุด Bloodfist นี่ทำให้ผมทึ่งเล็กๆ ครับ เพราะผมจำได้ว่าภาคแรกนั้นไม่ประทับใจผมเลย ภาคสองก็งั้นๆ แต่พอมาภาคสามเรื่องราวกลับดูดีมีทิศทางขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นดีแต่ก็พอไหว ครั้นพอดูมาถึงภาค 4 นี่ก็ทึ่งต่ออีกครับ เพราะภาคนี้สนุกกว่าสามภาคที่แล้วซะอีก
แม้ชื่อจะเป็นภาคต่อ และดารานำคนเดิมตามมาเล่น แต่เนื้อในนี่เป็นคนละเนื้อเรื่องกัน เป็นการเริ่มเรื่องใหม่โดยใช้ดาราเดิมและชื่อเรื่องเดิมนั่นเอง