ต้องยกให้เรื่องนี้เป็นหนังสมหวังแห่งปีครับ… สมหวังนี่ไม่ได้แปลว่าชื่นชอบถูกใจอะไรหรอกนะครับ แต่หมายความว่า กะคร่าวๆ ว่าหนังจะออกมาอย่างไร มันก็ออกมาระดับนั้นเป๊ะ ไม่มีผิดคาด
ต้องยกให้เรื่องนี้เป็นหนังสมหวังแห่งปีครับ… สมหวังนี่ไม่ได้แปลว่าชื่นชอบถูกใจอะไรหรอกนะครับ แต่หมายความว่า กะคร่าวๆ ว่าหนังจะออกมาอย่างไร มันก็ออกมาระดับนั้นเป๊ะ ไม่มีผิดคาด
ฟังชื่อไทยแล้วอย่างพึ่งทะลึ่งนึกวาเป็นหนังเกี่ยวกับการพนัน ประเภทกำถั่วตีไพ่อะไรเทือกนั้นนะครับ แต่มันคือภาพยนตร์ตลกผสมแอ็กชันสไตล์คู่หูคู่ต่างที่ต้องมาร่วมการผจญภัยกัน จากฝีมือกำกับของ Martin Brest แห่ง Beverly Hills Cop หรือ โปลิศจับตำรวจ นั่นเอง
พระเอกนักบู๊ที่คงเส้นคงวา ดังเรื่อยๆ ในระยะหลังๆ เห็นทีจะหนีไม่พ้นนาย Jason Statham คนนี้นี่แหละครับ จาก The Transporter ตามด้วยภาคสองแล้วยังมี The Italian Job แต่ละเรื่องที่พี่ท่านนำขบวนหรือร่วมขบวนต่อยตีกับชาวบ้านผู้ชมเป็นอันได้สะใจโก๋ทุกที
ตามปกติสารภาพเลยนะครับว่าพวกหนังการ์ตูนหรือแอนิเมชั่นเนี่ยจะได้สตางค์จากกระผมก็ต่อเมื่อออกแผ่นแล้วมากกว่า ยกเว้นของเขาต้องเด็ดจริงอย่างสารพัดการ์ตูนจาก Pixar หรือโดราเอมอนตอนพิเศษ พวกนี้ไว้ใจได้ เลยกล้าไปดู แต่นอกนั้นแม้เขาจะว่าดีอย่างไรก็อดใจรอแผ่นครับ
ท่านที่คุ้นเคยกับหนังเกรด B แนวแอ็กชันปนไซไฟเมื่อหลายสิบปีก่อนคงพอจะจำได้ว่าแนวเรื่องของหนังแนวนี้มียู่ประมาณ 2 แบบใหญ่ๆ ถ้าไม่ใช่ประเภทที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก The Terminator ก็จะเป็นสัตว์โลกน่ารักมหาประลัยไล่ฟัดแทะมนุษย์อย่างเอร็ดอร่อย
เป็นหนังแนวแอ็กชั่นทริลเลอร์ที่รีเมคจากหนังเก่าคลาสสิกปี 1973 เรื่อง The Day of the Jackal โดยหนังเรื่องนั้นก็ดัดแปลงมาจากนิยายสุดมันส์ของ Frederick Forsyth อีกที (แนะนำให้หาอ่านกันได้นะครับ สนุกมากจริงๆ)
Jack Reacher ภาคแรกนั้น ผมว่าดูได้เพลินๆ ครับ สนุกดี แต่อาจจะไม่ได้มันส์มากมาย ซึ่งสิ่งที่ผมชอบมากๆ ในภาคแรกก็คือคาแรคเตอร์ของพี่แจ็คเขานั่นล่ะครับ
Jack Reacher ถือเป็นหนังแนวสืบสวนที่เข้าท่ามากๆ เรื่องหนึ่งครับ
ได้มีการทดลองเพิ่มศักยภาพมนุษย์ในชื่อโครงการ 701 แต่แล้วเมื่อการทดลองถูกยกเลิก ทำให้พวกมนุษย์ทดลองต้องถูกกำจัดทั้งหมด แต่ก็มีหนึ่งในนั้นที่หนีออกไปได้ เขาคือ แบล็คแมสค์ (หลี่เหลียนเจี๋ย) ยอดฝีมือที่สุดในโครงการ
ได้ดูครบซะทีครับสำหรับ “หนังประสานงาประจำปี” ที่เอาทำเนียบขาวมาถล่มเล่น ผมนั้นดู White House Down ก่อน ก็รู้สึกว่าหนังดูได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจเป็นพิเศษ โดยที่ Olympus นี่ดูทีหลัง แต่ก่อนดูก็แอบคิดในใจว่าเรื่องนี้คงสนุกกว่า เพราะอย่างน้อยดาราก็ไว้ใจได้ โทนก็ดูน่าจะสมจริง